[SF] unlovable ep.3 [DoongWoon & Mir] END

posted on 12 Sep 2011 16:52 by elf-killer-smile

รายการอินกิกาโย หลังเวที...

 

“อิจุนอ๊าาาาาา~~~”

“โยซอบอ๊าาาาาาา~~~”

 

สองสาว(?)ขาเม้าส์ประจำวงวิ่งมากอดกันในทันใดเมื่อเจอหน้า วันนี้บีสและเอ็มแบล็คได้ใช้เวทดิ้งรูมห้องเดียวกัน ก็สมใจอยากใครบางคนล่ะนะ...

 

“พี่ฮยอนซึงหวัดดีครับ^^”

“ว่าไงชอนดุง ไม่ได้เจอกันนานเป็นไงบ้าง?”

 

ชอนดุงกับฮยอนซึงก็กล่าวทักทายกัน รวมถึงซึงโฮและจุนฮยองเช่นกัน จีโอก็ยืนคุยกับดูจุน ร่างบางชะเง้อหน้ามองหาคนที่เค้าอยากเจอแต่ก็ไม่เห็นซักที...

 

นั่งหงอยอยู่พักใหญ่คนที่รอคอยก็มาถึง ชอลยงกำลังจะโบกมือทักทายพร้อมตะโกนเรียกชื่ออีกคนที่กำลังเดินส่งยิ้มมาให้เค้า แต่ว่า....

 

“ดงอุนอา!!~ นี่นายลืมโทรศัพท์ไว้บนรถแน่ะ” กิกวังที่เดินตามหลังมา ตะโกนเรียก ร่างสูงหันไปมองก็ได้มะเหงกมาทีนึงกับความเซ่อซ่าของตัวเอง ทำหน้าเบะเหมือนจะร้องไห้ กิกวังหัวเราะกับท่าทางแบบนี้มือก็เอื้อมไปขยี้หัวด้วยความหมันไส้

 

ชอลยงนั่งมองตาละห้อย  เฮ้อ~ ยังไม่ทันไรก็เจอภาพบาดตาซะแล้วแฮะ..ออกไปเดินข้างนอกดีกว่า

 

ตัดสินใจได้ก็ออกมาเดินเล่นข้างนอก ให้ตายเหอะอุตส่าห์อารมณ์ดีแล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาเจออะไรแบบนั้นแย่ชะมัด...

 

ขาเรียวก้าวเดินไปเรื่อยๆตามทาง แต่ก็ต้องหยุดเพราะมาเจอกับบางคน..

“มินโฮ! มาทำไรที่นี่อ่ะ”

“ฉันมาทำธุระนิดหน่อยน่ะ แล้วทำไมนายมาเดินคนเดียวเนี่ย คนอื่นๆล่ะ?” หนุ่มหน้าใสถามพลางมองซ้ายมองขวาเหมือนจะหาคนที่เดินมากับชอลยง

 

“เค้าอยุ่ในห้องเวทดิ้งกันน่ะ...เบื่อๆเลยออกมาเดินเล่น อีกอย่างอีกนานเลยกว่าจะขึ้นแสดง”

“งั้น..ตอนนี้ฉันก็ทำธุระเสร็จแล้ว แล้วก็ว่างด้วย นายไปกินเค้กที่ร้านข้างล่างกับฉันไหมล่ะ?”

 

มินโฮทำท่าคิดพร้อมเอ่ยปากชวน โดยที่ชอลยงไม่ต้องเสียเวลาคิดให้นานว่าจะไปหรือไม่ เพียงไม่กี่นาทีร่างทั้งสองก็มานั่งอยู่ในร้านเค้กซะแล้ว...

 

“นี่ๆๆนายจะเลี้ยงฉันใช่ป่ะ? คึคึ” พูดแบบน่ารักๆฉบับมีรือ ><’

“ไม่ต้องมาแบ๊วเลย..บอกตอนไหนว่าจะเลี้ยงจ่ายเองนั่นแหละ!” นิ้วยาวยื่นไปดันหน้าผากเนียนๆเบาๆ ด้วยความหมันไส้

 

ทั้งชอลยงและมินโฮนั่งคุยกันจนเกือบลืมเวลา หลังจากไม่ได้เจอกันนานก็มีเรื่องให้พูดคุยกันมากมาย เสียงหัวเราะคึกคัก บริเวณโต๊ะตรงนั้น รอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติของชอลยงที่ช่วงนี้มีคนเห็นมันยากซักหน่อยถูกเผยออกมา สำหรับมินโฮนั้นชอลยงก็เป็นเพื่อนที่ดีมากคนนึงและเค้าก็รักเพื่อนคนนี้มากไม่แพ้กับคนอื่นๆ...

 

ท่ามกลางเสียงหัวเราะนั้น...จะมีใครบางคนรู้บ้างไหมว่ามีสายตาคู่นึงจับจ้องอยู่...

 

หลังจากการแสดง BEAST และ MBLAQ ต่างก็รีบแยกย้ายกันกลับไปซ้อมเพื่อเตรียมตัวสำหรับคอนเสิร์ต

 

‘ 내게 안녕이라 말하지마 

แน-เก อัน-นยอง-งี-รา มัล-ฮา-จี-มา 

그런 눈빛으로 내게 말하지마
คือ-รอน นุน-บิ-ชือ-โร แน-เก มัล-ฮา-จี-มา 

Baby SAY YES Baby SAY YES

 

ในระหว่างซ้อมเสียงโทรศัพท์ของน้องเล็กก็ดังขึ้นทำให้ชอลยงต้องหยุดซ้อมเพื่อมารับโทรศัพท์...เมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้าใจก็กระตุกทันที...

 

“ฮัลโหล...”

 

[เค้กอร่อยไหม?] เริ่มต้นกล่าวทักทายด้วยเสียงกวนๆ

 

“หือ? เค้ก? เค้กอะไร” ถามไปอย่างงงๆ อะไรของเค้า...

 

[ก็เห็นเมื่อตอนเย็นนั่งกินเค้กกับมินโฮซะอร่อยเลยนี่นา ไม่เคยจะชวนหรอกนะ อยากกินกันสองต่อสองล่ะสิ..] ประโยคหลังมันช่างแทงใจเหลือเกินนะ

 

“หึ! ก็พอดีว่าเห็นอยู่กับพี่กิกวังก็เลยไม่อยากจะไปกวน..” ชอลยงกระแทกเสียงแสดงความไม่พอใจ

 

[ไม่พอใจอะไร? หึงฉันกับกิกวังหรอ]

 

จึก! เจอคำถามแทงใจเข้าไปร่างบางถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

 

[ฮัลโหล..ชอลยง... นี่ ยังฟังอยู่รึเปล่า...]

 

“ห๊ะๆ อ่ะ..อืม นายโทรมามีเรื่องแค่นี้น่ะหรอ?”

 

[ทำไมล่ะถ้าจะโทรต้องมีเรื่องด้วยหรอถึงจะคุยกับนายได้น่ะ นี่ชอลยงอา~…วันนี้นายไม่อยู่ที่ห้องเวทดิ้งเงียบมากเลยรู้ไหม..]

 

ห้องเวทดิ้งมันเงียบแล้วทำไมต้องทำเสียงอ่อยด้วยเล่าดงอุน >////<

“ก็มันเบื่อ...ก็เลยออกมาเดินเล่น”

 

[ออกมาเดินเล่นหรือว่าเพราะนัดกับมินโฮไว้..] จากเสียงขี้เล่นปรับไปเป็นเสียงเรียบเฉยจนชอลยงตามอารมณ์แทบไม่ทัน...

 

“นี่..มินโฮเค้ามาทำธุระพอดีเจอกันเค้าเลยชวนไปกินเค้กแค่นั้นเอง”

 

[แล้วนายก็ไป?]

 

“เอ้า! ก็มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะไปไม่ได้มินโฮก็เพื่อนฉันนะ ถ้านายจะมาหาเรื่องฉันดงอุนอย่าเลยดีกว่า...แค่นี้ล่ะ!!!”

 

เป็นอีกครั้งที่ชอลยงตัดสายดงอุน นี่มันอะไรเนี่ย แค่เค้าไปกินเค้กกับมินโฮทำไมต้องทำมาเป็นเหมือนโมโหด้วยเล่า..ไม่อยากจะคิดไปเองหรอกนะว่าดงอุนน่ะหึง แต่ถ้าหึงจริงๆเค้าควรจะดีใจหรือเสียใจดีล่ะ? ในเมื่อ...เราไม่ได้เป็นอะไรกัน

 

 

 

 

เอ็มแบล็คได้ไปถ่ายทำรายการสตาร์คิงเกิดอุบัติเหตุบางอย่างทำให้ชอลยงได้รับบาดเจ็บทั้งแฟนคลับ ผู้จัดการและสมาชิกต่างเป็นห่วงเค้าแต่ตอนนี้อาการก็ดีขึ้นแล้ว แม้อาการจะไม่หนักแต่ร่างบางก็ขอนอนพักที่โรงพยาบาลอีกซักคืนสองคืน แต่เพราะตารางงานที่ยุ่งทำให้สมาชิกไม่สามารถมาเยี่ยมได้...

 

“บังชอลย๊งงงงง~!!! นี่ๆๆไปทำอิท่าไหนถึงได้มานอนบนเตียงเป็นคนป่วยขนาดนี้เนี่ยห๊าาาาา~~~” พ่อคิมคีย์เดินนำเข้ามาส่งเสียงสูงปรี๊ดตั้งแต่หน้าประตู โดยมีมินโฮเดินตามอยู่ข้างหลังพร้อมถือช่อดอกไม้มาด้วย

 

“ก็ถ่ายทำแล้วมันผิดพลาดนิดหน่อย ที่จริงก็กลับได้แหละแต่ฉันอยากนอนที่นี่อ่ะ”

 

“กะอู้ว่างั้น - -*” มินโฮพูดอย่างรู้ทัน...

 

“รู้ได้ไงเนี่ย 5555 นี่พวกนายว่างกันรึไงน่ะ” คนป่วยถามผู้มาเยือน เหมือนไม่ค่อยอยากให้มาเท่าไหร่นะ - -

 

“โถ ถามอย่างกับว่าไม่อยากให้มางั้นอ่ะ มาให้เห็นหน้าเดี๋ยวก็ไปแล้วล่ะ” คีย์ตอบอย่างงอนๆแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้

 

“อ่า...ล้อเล่นน่า อยู่ต่อก็ได้อยู่เป็นเพื่อนฉันนะๆๆๆ” ชอลยงรีบลุกขึ้นนั่งแล้วหันหน้ามาง้อทันทีมินโฮเห็นท่าทางที่เหมือนกับเด็กๆของทั้งสองคนก็อดที่จะขำไมได้

 

“เดี๋ยวพวกเราต้องเตรียมตัวไปญี่ปุ่นกันน่ะ เลยแวะมาเยี่ยมได้แค่แปปเดียว ได้เวลาแล้วไปกันเถอะ..” คนตัวสูงกว่ายกนาฬิกาขึ้นดูแล้วสะกิดเรียกคีย์ ชอลยงโบกมือลาด้วยท่าทางเริงร่าพร้อมกล่าวขอบคุณ...

 

เฮ้อ...ถ้าในสถานการณ์แบบนี้เค้าคนนั้นมาเยี่ยมฉันบ้างก็ดีนะ แต่ไม่ได้สิ!! เราโกรธหมอนั่นที่มาหาเรื่องเราก่อนนี่นาแล้วทำไมต้องเอาแต่คิดถึงเค้าด้วยล่ะ! โอ๊ยยย บังชอลยงทำไมนายมันแย่อย่างงี้นะ

 

คิดในใจพลางสะบัดหัวไปมาทำลายความคิดนั่น หลังจากที่ชอลยงสงบจิตสงบใจได้ไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูแสดงถึงผู้มาเยือน..

 

“ชอลยงเป็นไงบ้าง~~~” เป็นกิกวังที่เดินเข้ามาพร้อมดงอุน ชอลยงแทบทรุดเมื่อเห็นสองคนนั้น นี่จะมาเยี่ยมหรือจะมาทำให้อาการฉันแย่ลงกันแน่?

 

“เอ่อ...อาการก็ดีขึ้นแล้วล่ะฮะ พรุ่งนี้คงจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะ” ตอบไปอย่างมีมารยาท ก็นะ..อย่างน้อยกิกวังก็เป็นพี่นี่นา

 

“อื้ม งั้นก็ดีแล้วล่ะน้า พอดีว่าต้องไปแล้วอ่ะ เดี๋ยวให้ดงอุนอยู่เป็นเพื่อนแล้วกันนะชอลยง...” กิกวังตบบ่าคนตัวสูงพร้อมกระซิบบางอย่างกับดงอุนแล้วโบกมือลา

 

เมื่ออยู่กันสองต่อสองชอลยงก็ไม่รู้จะพูดอะไร..อยู่ๆก็รู้สึกว่าหน้ามันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ สายตามองต่ำไม่กล้ามองหน้าดงอุน เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อยู่แบบนี้แล้วมันเขินๆยังไงไม่รู้แฮะ..

 

“เป็นอะไรหน้าแดงเชียว มีไข้หรอ?” ดงอนที่ยืนมองอยู่รู้แก่ใจว่าชอลยงน่ะเขิน แต่ก็อยากจะแกล้งนี่นา คนตัวสูงยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนรู้สึกได้ถึงลงหายใจอุ่น ร่างบางสะดุ้งเฮือก แล้วค่อยๆเขยิบถอยมา

 

“ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย..นายน่ะไม่ไปส่งแฟนนายหรอ?”

 

“แฟน? นายหมายถึงใครน่ะ”

 

“ก็นายมากับใครล่ะ” กระแทกเสียงถาม ชิร์ อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องนะซนดงอุน หลังจากพูดจบดงุนก็ระเบิดหัวเราะออกมาทันที ชอลยงถึงกับทำหน้างง

 

“ฮ่าๆๆๆๆ นี่นายคิดว่าฉันพี่กิกวังเป็นแฟนกันหรอ ฮ่าๆๆ ให้ตายเหอะ”

 

“นี่!! มีอะไรน่าขำรึไงหรือนายสองคนไม่ได้เป็นแฟนกัน?” เริ่มรู้สึกว่าหน้าแตกขึ้นมาแล้ว แต่สองคนนี้ไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆหรอ?

 

“แล้วนายคิดว่าไงล่ะ” ทำหน้ากวนแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกครั้งทำให้ชอลยงต้องเขยิบถอยออกมาอีก...

 

“ละ...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันเล่า ไม่ได้อยากรู้ซักหน่อยหนิ”

 

“เฮ้อออ~ งั้นช่างเถอะ นายคงไม่อยากรู้หรอกว่าฉันจะโสดหรือมีแฟน แฟนนายก็มีอยู่แล้วนี่” คำพูดนี้ของดงอุนทำให้วิญญาณเจ้าหนูจำไมเข้าสิงชอลยงอีกครั้ง แฟน? แฟนอะไรของเค้า?

 

“ไม่ต้องมาทำหน้างงก็มินโฮไง..เมื่อกี๊เดินสวนกัน นี่ก็คงเป็นช่อดอกไม้ที่หมอนั่นเอามาให้ใช่ไหมล่ะ?” มือเอื้อมไปหยิบช่อดอกไม้มาดูก่อนจะวางมันไว้ที่เดิม

 

“นี่นายจะบ้าหรือไง อย่ามาหาเรื่องฉันนะ มินโฮเค้ามากับคีย์ถ้าเดินสวนกันก็น่าจะเห็นนี่...เราเป็นแค่เพื่อนกัน...อีกอย่าง....ฉันก็มีคนที่ฉันชอบอยู่แล้ว..” ประโยคหลังพูดแล้วก็ไม่กล้ามองหน้า...อยากบอกเหลือเกิน..ว่าฉันชอบนาย แต่กลัว...กลัวว่ามันจะไม่เหมือนเดิม

 

“ฉันก็มีคนที่ชอบเหมือนกัน...” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นทำให้ชอลยงต้องเงยหน้าขึ้นมามอง ดงอุนเดินผ่านเตียงคนไข้ไปยังหน้าต่างแหวกม่านออกเพื่อจะให้เห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอก สายตามองไปไกลโพ้น...

 

“ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่ฉันตกหลุมรักคนๆนั้น เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ทุกๆวันใบหน้าของคนๆนั้นก็เริ่มเข้ามาวนเวียนในหัวฉันทุกคืน จนฉันอยากจะบ้าตาย... ”

 

คนที่นั่งฟังอยู่เริ่มสะอึกใครกันนะ...คนนั้นของดงอุน น่าอิจฉาจัง..แต่ทำไมนายต้องมาพูดแบบนี้กับฉันด้วยล่ะ ทำไมไม่ไปบอกคนนั้นของนายล่ะ?

 

“ที่นายชอบเค้า...อาจจะ เป็นเพราะนิสัยของเค้า ก็ได้นี่...”

 

“นั่นสินะ..อาจจะเป็นเพราะเค้าทั้งเปิ่น ทั้งเอ๋อ เป็นเจ้าหนูจอมสงสัย ขี้งอน เอาแต่ใจ แถมยังขี้แยที่หนึ่ง ขี้หึงก็ใช่เล่น ที่ฉันชอบเค้าก็เพราะเค้าเป็นแบบนี้แหละ เค้าชอบทำให้คนอื่นหัวเราะ ทุกคนมีความสุขเวลาอยู่ใกล้เค้า แต่นายรู้ไหมในบางมุมฉันสังเกตได้ถึงความเศร้าของเค้านะ แม้ผู้คนจะมองว่าเค้าเป็นคนที่ร่าเริงและดูเหมือนไม่มีเรื่องเครียดแต่ฉันรู้ภายในดวงตานั้นเค้าเศร้าและเป็นทุกข์มากแค่ไหน...” พูดจบก็หันหน้ามาหาชอลยง..พลางส่งยิ้มอบอุ่นมาให้

 

“มะ....แหม นายเนี่ยดูใส่ใจเค้าจังนะ ชักอยากรู้แล้วสิว่าคนนั้นเป็นใคร” อาจจะเจ็บถ้ารู้ความจริง..แต่เค้าก็อยากรู้นี่นาว่าคนๆนั้นที่ดงอุนดูจะรักนักรักหนาเป็นใคร...

 

“คนนั้นๆนายรู้จักดีเลยล่ะ อาจจะรู้จักดีกว่าฉันด้วยซ้ำ มีอยู่ครั้งนึงเค้าทำให้ฉันหึงมากๆเลย..เค้าไปนั่งกินเค้กกับผู้ชายคนอื่น ท่าทางมีความสุข รอยยิ้มแบบนั้นฉันไม่ค่อยได้เห็นมันจากเค้าเลย แต่ผู้ชายคนนั้นกลับได้เห็น ตอนกลางคืนฉันโทรไปหาเค้า แต่เค้าก็มาหงุดหงิดใส่ฉัน...ยังมีอีกนะ...เค้ายังคิดว่าฉันกับกิกวังเป็นแฟนกันด้วยล่ะ ฮ่าๆๆ ใสซื่อเป้นบ้าเลย นายว่างั้นไหม๊^^”

 

ดงอุนนั่งลงบนเตียงคนไข้ จับมือร่างบางขึ้นมากุมกระชับให้แน่นขึ้น พร้อมส่งสายตาจริงจัง สายตาที่ชอลยงไม่เคยเห็นมาก่อน ร่างบางนั่งอึ้ง คนๆนั้นที่นั่งฟังมาตลอด...มันเค้านี่นา!!

 

“ชอลยงอา...ฉันรักนายนะ...รักมานานแล้ว แล้วนายล่ะรักฉันไหม?” ร่างสูงกระซิบที่ข้างหูร่างบางเรียกให้ใบหน้าแดงไม่ใช่น้อย... ตอนนี้หัวใจของชอลยงกำลังพองตัว เหมือนได้ยามารักษามันดีใจจนแทบจะระเบิดออกมา ไม่รู้จะแสดงออกมายังไง ดีใจจนน้ำตามันไหล....

 

“อ้าวเฮ้ย!! ร้องไห้ทำไม...” ร่างสูงตกใจไม่ใช่น้อยหันซ้ายหันขวาไม่รู้จะทำยังไงก็อยู่ๆร่างบางเล่นร้องไห้ออกมาอย่างงี้เนี่ย

 

“อึก..ฮืออออ ดงอุนบ้าถ้ารักกันทำไมปล่อยให้ฉันมานั่งเศร้าอยุ่อย่างงี้เล่า! ทำไมไม่มาบอกตั้งแต่แรกห๊ะ! รู้ไหมว่าฉันเสียใจมากแค่ไหน นายมันบ้าที่สุดบ้าๆๆๆ!!!” มือบางทุบไปที่ไหล่หนาหลายๆที จนคนตัวสูงต้องจับมือทั้งสองไว้ให้หยุด

 

“นี่ๆเบาๆหน่อยสิ ป่วยอยู่ทำไมแรงเยอะอย่างงี้ล่ะ..”

 

“ชิร์~ แต่มันยังมีหลายอย่างที่ฉันยังไม่เข้าใจ..”

“เอาแล้วบังจำไมกลับมาแล้วครับ ว่าแต่อะไรล่ะ?”

 

“นายไม่ได้เป็นแฟนพี่กิกวังจริงๆหรอ...ดูสินทกันขนาดนั้นไปไหนก็ตัวติดกันตลอดแบบนี้จะไม่ให้ฉันคิดได้ไง”

 

“ฮ่าๆๆ ก็ดูสิในวงน่ะพี่ดูจุนก็อยุ่กับโยซอบ พี่จุนฮยองก็อยู่กับพี่ฮยอนซึง ก็เหลือฉันกับกิกวังอยู่สองคน เราก็เลยกลายเป็นสนิทกันไปโดยปริยาย แล้วนายอยากรู้รึเปล่าว่าวั้นนั้นในสวนสาธารณน่ะฉันหานายเจอได้ไง..” ร่างสุงถาม ร่างบางก็พยักหน้าเร็วๆจนคอแทบหลุดทำหน้าแบ๊วแบบอยากรู้ ให้ตายน่ารักแบบนี้ให้ซนดงอุนอดใจไหวได้ไง ><’

 

“ฉันโกหกน่ะ..ที่จริงฉันไม่ได้มีนัดกับกิกวังหรอก ฉันออกมาเดินเล่นแล้วเห็นนายพอดีเลยโทรไปหาที่บอกว่านัดไปกินข้าวกับกิกวังน่ะก็แค่อยากให้นายหึงเท่านั้นเอง...แล้วฉันก็เดินตามนายไปจนถึงสวนสาธรณะนั่นแหละ” พูดจบก็โอบเอวบางมากอดไว้ ชอลยงหันหน้ามาค้อนใส่นี่กะแกล้งให้เค้าหึงอย่างงั้นหรอ?!

 

“นี่ๆๆ ปล่อยเลยนะ งั้นนายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันก็ชอบนายเหมือนกัน” แกะอ้อมกอดของคนฉวยโอกาส ร่างสูงพยักหน้าหงึกๆ

 

“(_ _) (- -) (_ _) (- -)”

 

“แล้วนายก็ยังแกล้งให้ฉันหึงอีกใช่ไหม๊”

 

“(_ _) (- -) (_ _) (- -)”

 

“ซน ดงอุน นายนี่มันชอบรึไงให้ฉันไม่มีความสุขน่ะห๊าาาาาา!!~~” แหกปากลั่นพร้อมส่งมัดรัวตีไปที่ไหล่ของคนตัวสูง ดงอุนมือไวรวบมือทั้งสองของร่างบางไว้ชิดลำตัว แล้วค่อยๆเขยิบตัวเข้ามาใกล้...จนกระทั่งร่างของชอลยงนอนราบไปกับเตียง จากนั้นดงอุนจึงขึ้นคร่อมไป...

 

“นะ...นี่ ดงอุน นะ...นายจะทำอะไรน่ะ!! O_O” หันซ้ายหันขวาตาโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน ก็อยู่ในสถานการณ์แบบนี้เค้ารู้ดีว่าจะเกิดอะไรต่อไป ฮึ่ย! ซนดงอุนไอคนหื่น ><

“ก็...คนรักกันเค้าทำอะไรกันล่ะ หืมมมมม” น้ำเสียงและสายตาแสนเจ้าเล่ห์ถูกเผยออกมาทันที ดงอุนก้มลงซุกไซร้คอขาวที่โหยหามานานชอลยงก็พยายามดิ้นไปดิ้นมาแต่ไม่เป็นผล ถึงเค้าจะรักดงอุนแต่มันไม่ใช่ตอนนี้น้า เกิดใครเปิดเข้ามาเห็นจะทำไงล่ะ

 

“นี่ดงอุน หยุดนะ เกิดใครเปิดเข้ามาเห็นจะทำไงล่ะ!!”

 

“ไม่ต้องห่วง...ฉันให้กิกวังล็อกห้องให้แล้วล่ะ ไม่มีใครมารบกวนเราหรอก..”

 

“ตะ..แต่ว่า นี่ อ๊ะ! ดงอุน~” ชอลยงเริ่มจะครางเมื่อดงอุนสร้างรอยสีกุหลาบไว้ตามซอกคอ แต่ก็ยังคงยืนยันที่จะขัดขืนอยู่ จนดงอุนต้องหยุดแล้วเงยขึ้นมาสบตา

 

“ชอลยงอา..~ ฉันรักนายนะ นายรู้ไหมว่าฉันอดใจรอขนาดไหนที่จะได้ครอบครองนาย.. ถึงตอนนี้โอกาสที่เราจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้อาจจะไม่ค่อยมีอีกแล้ว เพราะฉะนั้น...เป็นของฉันเถอะนะชอลยง...”

 

ร่างสูงส่งสายตาเว้าวอนมาให้ ไม่ใช่ว่าคนตัวเล็กจะอยากขัดขืนอะไร แต่เค้ากลัวนี่ อีกอย่างนี่ก็เป็นครั้งแรกด้วย ดูอย่างตอนที่พี่ซึงโฮทำพี่ชอนดุงครั้งแรกเล่นเอาเดินไม่ได้ไปตั้งหลายวัน ถ้าเกิดเค้าเป็นอย่างนั้นจะทำไงล่ะ ><

 

“ก็ฉัน...ฉันกลัวหนิ ครั้งแรกน่ะเจ็บจะตาย...”

 

“ฉันจะอ่อนโยนกับนายที่สุดเลยชอลยง อย่ากลัวเลยนะ” มือหนามาลูบหัวคนตัวเล็ก ก้มลงมอบจูบแสนอ่อนโยนให้ ลิ้นหนาเข้าไปเกี่ยวเก็บความหวานภายในโพรงปาก...ชอลยงก็จูบตอบ จูบแรกของเค้า...จูบที่ได้จากคนที่เค้ารัก มันช่างหอมหวานจริงๆ

 

“ชอลยงอา~ ฉันรักนายนะ...”

 

“ฉันก็รักนายดงอุน..”

 

“เป็นของฉันนะ”

“อื้ม ><”

 

จบคำนั้นดงอุนก็ไม่รอช้าที่จะจัดการกับเจ้าหนูชอลยง วันนี้วันที่มีความสุขสำหรับทั้งสอง..วันที่บางคนไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น ความสัมพันธุ์ระหว่างเพื่อนที่กลับกลายมาเป็นคนรัก...ในห้องพักผู้ป้วยของโรงพยาบาลที่ๆมีแต่คนมาขอความช่วยเหลือ ที่ๆเงียบสงบ ภายในห้องๆหนึ่งกำลังมีคนสองคนที่กำลังมีความสุข...กับการที่ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน.. หัวใจทั้งสองของไอดอลที่สาวๆต่างพากันกรี๊ดกำลังเชื่อมโยงและหลอมรวมกัน

 

ดงอุน: “ต่อไปนี้ฉันจะมองแต่นายชอลยง ฉันจะไม่ทำให้นายทุกข์ และจะไม่ทำให้นายเศร้าอีกแล้ว ฉันสัญญา....

 

ชอลยง: “ฉันไม่คิดว่าฉันจะมีวันนี้ดงอุนอา~ ขอบใจนะ..ขอบใจที่รักฉัน ฉันจะดูแลและมอบความรักให้กับนายตลอดไป...”

 

 

 

 

 

------------------------------ [เฉลย] ------------------------------

คำพูดของกิกวัง...

 

“ดงอุ๊นน!! ทำไรอยู่อ่ะ จะกลับหอกันแล้วน้าาาา” กิกวังเดินมากอดคอจากด้านหลัง สายตาเพ่งมองไปยังหน้าจอโน๊ตบุ๊ค

 

“ที่แท้ก็อัพทวิตอยู่นี่เอง คุยกับใครอ่ะ! แอบนอกใจพี่หรอ??”

 

“ปละ..เปล่านะพี่กิกวังนอกใจอะไรกัน ผมน่ะมีพี่คนเดียวนะ..” รีบปฏิเสธทันควัน ไม่อยากให้คนตรงหน้าเอาเรื่องนี้ไปคิด...

 

“แล้วคุยกับใครเนี่ย หื๊ออออ” ร่างที่เมื่อกี๊ยืนกอดคอเค้าอยู่เปลี่ยนท่าทางมาเป็นยืนท้าวเอว

 

“กะ..ก็คุยกับชอลยงไง ไม่มีอะไรหรอก~ พี่อย่าทำท่าน่ากลัวแบบนั้นสิ ก็บอกแล้วว่าผมมีพี่คนเดียวน้า~~” อธิบายแล้วทำท่าอ้อนเต็มที่ มันไม่สมกับตัวเลยนะดงอุนอา -*-

 

“คุยกับชอลยง..งั้นก็แล้วไป เก็บของได้แล้วจะได้กลับหอ ฉันง่วงละ!” กิกวังตบไหล่น้องชายไปเบาๆสองสามทีก่อนที่จะเดินไปเก็บข้าวของของตัวเองบ้าง ดงอุนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

“พี่เนี่ยตะโกนซะดังเลยเบาๆหน่อยสิเดี๋ยวคนอื่นก็รุ้หมดหรอก..” จิ๊ปากไม่พอใจพี่ชาย

 

“รู้อะไร? รู้ว่านายชอบชอลยงอ่ะหรอ อุ๊บ!!”

 

“ผมบอกให้พี่เบาๆหน่อยไง” รีบถลาไปปิดปากพี่ชายแทบไม่ทัน...ถ้าพี่ ผจก.รู้มีหวังเรื่องถึงผู้บริหารแน่ๆ

 

“แหม..เรื่องแค่นี้ แค่คุยทวิตกันมันน่าสงสัยขนาดนั้นเลยรึไงให้แฟนคลับเห็นหมดมันน่าจะกลัวมากกว่านะ ยังไงก็เหอะ ไปเก็บของได้แล้ว...”

 

 

 

คำพูดของกิกวัง... 2

 

“ฮัลโหลพี่กิกวังผมเจอชอลยงเค้ามาเดินคนเดียวอ่ะ อ๊ากกกกกกก กกทำไงดีๆๆ” เมื่อปลายสายรับโทรศัพท์คนตัวสูงก็รีบกรอกเสียงพูดไปด้วยความตื่นเต้น

 

[เอ้า! ก็เดินไปทักเซ่ นี่ฉันทำงานอยู่นะเว้ย..มาบอกอะไรตอนนี้]

 

“โห...พี่จะให้ผมไปทักมันธรรมดาไปหน่อยอ่ะ ผมอยากแกล้งเค้าอ่ะพี่ช่วยคิดแผนหน่อยดิ..” ใบหน้าชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ของมักเน่ซนดงอุนเริ่มเผยหลังจากที่ช่วยกันคิดแผนแกล้งชอลยง...

 

[นี่นะ..แกก็โทรแกล้งให้เค้าหึงดิ โทรไปบอกว่ามานัดกินข้าวกับฉันอ่ะ แล้วก็ #$%^&*()_)(*&^%$#&*_$#^&__(*&]

 

คำพูดของกิกวัง... 3

 

“พอดีว่าต้องไปแล้วอ่ะ เดี๋ยวให้ดงอุนอยู่เป็นเพื่อนแล้วกันนะชอลยง...” กิกวังตบบ่าคนตัวสูงพร้อมกระซิบบางอย่างกับดงอุน

 

“เดี๋ยวเดินออกไปจะล็อคห้องให้ จำไว้นะถ้าไม่ได้กินเจ้าหนูบังมีร์ห้ามกลับหอเข้าใจ๊!! สู้เค้าล่ะพ่อมักเน่!!” ขยิบตาให้ทีนึงเป็นอันรู้กันแล้วมาโบกมือลาชอลยง..

 

แกร๊ก!!~

 

“เอาละเว้ยยย ฉันจะได้น้องสะใภ้แล้ว โฮ๊ะๆๆๆ”

 

 

 

ที่แท้ก็ได้ท่าน อีกิกวังมาเป็นแม่สื่อ เอ๊ะ! รึพ่อสื่อดีล่ะ แต่ก็ช่างเถอะ ที่ทั้งสองได้รักกันก็เป็นเพราะกิกวังส่วนหนึ่งล่ะน้าาาา ^^~

edit @ 12 Sep 2011 17:06:20 by Killer_$Mile

[SF] unlovable ep.2 [DoongWoon & Mir]

posted on 12 Sep 2011 16:47 by elf-killer-smile

ร่างเล็กยังคงเดินฝ่าความหนาวไปอย่างไร้จุดหมาย ขณะที่เวลาใกล้จะสี่ทุ่มแล้วอากาศเลยเริ่มเย็นขึ้น ชอลยงเดินไปยังสวนสาธรณะนั่งลงบนเก้าอี้ พลางกอดตัวเองในความหนาว ตัวสั่นเทาแม้จะมีเสื้อกันหนาวหลายชั้นซึ่งมันอาจจะช่วยฟ่อนคลายความหนาวทางกายได้ แต่..มันไม่สามารถช่วยคลายความหนาวทางใจได้เลย...

 

สายตามองไปรอบๆ สวนสาธารณะที่ไม่มีผู้คน ไม่มีเสียงแม้แต่แมลง มีแสงไฟดวงน้อยๆและแสงจันทร์เป็นเพื่อนเท่านั้น คิดอะไรไปเพลินๆ ปกติเค้าจะไม่ใช่คนที่ซีเรียสอะไรแบบนี้เมื่อเอ่ยชื่อบัง ชอลยง หลายคนก็คงจะนึกถึงเสียงหัวเราะ ความสนุกสนานร่าเริง แต่ใครเลยจะรู้ว่าบัง ชอลยงคนนี้เหงา... เหงาเหลือเกิน....

 

ฟุ่บ!

 

“เด็กชายบัง ชอลยงมานั่งทำอะไรคนเดียวอากาศหนาวๆแบบนี้!!” เสียงคุ้นเคยจากคนที่ตอนนี้กำลังกอดเค้าจากด้านหลังเอ่ยขึ้นมา ชอลยงสะดุ้งเล็กน้อยจากสัมผัสแบบนี้ ก็นะ..มันไม่ชินกับสัมผัสของคนนี้ซักทีนี่นา!

 

“ดงอุน! นายมาได้ไง?ไหนบอกนัดพี่กิกวังกินข้าวไง? แล้วรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่?อีกอย่างที่นี่มันก็น่าจะไกลจากร้านอาหารนีนา?” เลิกคิ้วถาม หน้าตาบ้องแบ๊วแบบนี้ทำเอาดงอุนอดยิ้มไม่ได้

 

“โหๆ เล่นยิงคำถามมาเป็นชุดอย่างงี้แล้วฉันจะตอบยังไงล่ะ ก็นัด..แต่กิกวังติดงานเลยมาไม่ได้ ฉันก็เลยมาเดินเล่น” พยักหน้าเชิงเข้าใจแต่คำถามก็ยังไม่หมดไปจากตัวเล็ก

 

“แล้วนายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่นี่อ่ะ”

“คำถามเยอะจังนะสงสัยต้องเปลี่ยนชื่อเป็นบังจำไมซะแล้วล่ะมั้งเนี่ย หืมมม” ร่างสูงยืนท้าวเอวแล้วเอื้อมมือมาขยี้หัวคนตัวเล็กอย่างหมันไส้ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ

 

“ทำไมเล่า! ก็ฉันสงสัยนี่นา ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบสิเชอะ!!” เอาแล้วไงบังมีร์งอนซะแล้ว

 

“โถ่ๆ แค่ล้อเล่นเองน่าอย่างอนเลยน้าาาา” ทำท่าง้อๆแบบเด็กๆ ชอลยงเลยอดขำไม่ได้กับท่าทางปัญญาอ่อนแบบนี้ - -

 

“คิดว่าตัวเองทำแล้วมันน่ารักรึไง คึคึ ><” เห็นอีกคนหายงอน ร่างสูงก็เขยิบเข้ามาใกล้พร้อมกับเอนหัวไปซบกับไหล่ร่างเล็กแขนยาวก็เอื้มมาโอบไหล่ไว้

 

เสียงหัวเราะหยุดงเหลือแต่เพียงความเงียบเข้าปกคลุม ชอลยงก้มหน้างุดไปกล้าหันไปมองหน้าดงอุน แม้แต่จะเงยหน้าก้ไม่กล้า ใจดวงน้อยเต้นตึกตัก สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอด ตั้งแต่รู้จักกันมายังไม่เคยโดนทำแบบนี้มาก่อนเลย... ><

 

โอ๊ยยย...ใจเอ๋ย อย่าเต้นแรงสิ เดี๋ยวเค้าก็จับได้พอดีหรอก >///<

 

“ชอลยงอา~” ครางเรียกเสียงอ้อน

 

“หะ..หือ?”

 

“จะว่าไปเราไม่เคยอยู่ด้วยกันสองต่อสองเลยนะ...” ด้วยคำพูดแบบนี้มันเลยทำให้ชอลยงต้องหันมามองหน้าดงอุนด้วยความไม่เข้าใจ นายต้องการจะสื่ออะไรน่ะ?

 

เมื่อหันไปทั้งคู่ก็สบตากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ(แต่ดงอุนตั้งใจ - -) สายตาเว้าวอน ที่ชอลยงไม่เคยเห็นมาก่อน มันทำให้เค้าใจเต้น ลมหายใจติดขัด ตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก รู้สึกว่าใบหน้าของดงอุนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ...เพราะคนตัวสูงกำลังโน้มหน้าเข้ามาใกล้เค้า ใกล้..จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ใกล้...จนทำให้หวั่นไหว และใกล้...จนจะทำให้เค้าหลอมละลายไปซะตรงนี้ให้ได้..

 

ริมฝีปากทั้งสองกำลังจะสัมผัสกันแต่ทว่า...

‘ 내게 안녕이라 말하지마 

แน-เก อัน-นยอง-งี-รา มัล-ฮา-จี-มา

그런 눈빛으로 내게 말하지마
คือ-รอน นุน-บิ-ชือ-โร แน-เก มัล-ฮา-จี-มา

Baby SAY YES Baby SAY YES

 

เสียงโทรศัพท์คนตัวเล็กดังซะก่อน ทำให้ชอลยงต้องหลุดจากภวังค์ร่างเล็กเขยิบออกมาห่างจากดงอุน และรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ...

 

“ฮะ...ฮัลโหล”

[มีรือนายอยู่ไหน?]

“พี่ซึงโฮ อ่า..ผะ..ผมอยู่ที่สวนสาธารณะใกล้ๆกับหอครับ พี่มีอะไรหรอ?”

[เปล่า..ก็เห็นดึกแล้วยังไม่กลับเลย คราวหลังจะออกไปไหนก็บอกบ้างสิ พวกพี่ๆเป็นห่วงนะ]

“เอ่อ...ขอโทษครับ” ทำอย่างกับว่าอยู่ให้เค้าบอกงั้นแหละ เชอะ! -*-

[แล้วนี่จะกลับเมื่อไหร่??]

“เดี๋ยวผมกลับแล้วครับขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงครับ..”

 

กดวางสายพร้อมถอนหายใจเบาๆ ทำไมต้องทำเสียงดุด้วยเล่า เค้าไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ พี่ซึงโฮเนี่ย ทะเลาะกับชอนดุงมารึไงกัน..

 

ท่าทางว่าคนตัวเล็กจะเกิดอารมณ์งอนจนลืมความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อครู่ ดงอุนที่นั่งมองอยู่เริ่มหัวเราะกับอารมณ์ที่ทำตามแทบไม่ถูก เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะก็นึกขึ้นได้ว่ามีร่างสูงอยู่ข้างๆ

 

“โดนดุหรอ หืมมมม?” ถามคำถามแล้วถือโอกาสคว้าตัวร่างบางมานั่งโอบไว้ดังเดิม (หื่นว่ะอุ่นเอ้ยยย)

 

“กะ...ก็ประมาณนั้น..นี่ เลิกกอดฉันได้แล้วมันอึดอัดน่ะ” ก้มลงพูดด้วยความเขินอาย แม้แสงไฟนั้นจะมีน้อยเพียงใดแต่ดงอุนก็สังเกตได้ถึงใบหน้าแดงก่ำนั่น..

 

“ทำไมล่ะ นายรังเกียจฉันหรอ”

 

“มะ...ไม่ใช่ซักหน่อย ตะ..แต่ว่า...เราเป็นเพื่อนกันนะ อีกอย่างนายไม่กลัวพี่กิกวังโกรธหรือไง”น้ำเสียงเศร้าตัดพ้อ ใช่สิ เค้าสองคนเป็นเพื่อนกัน ดงอุนไม่เคยทำแบบนี้กับใครยกเว้นกิกวัง มีการกระทำหลายอย่างในวันนี้ที่เค้าไม่เข้าใจเหลือเกิน?

 

“แล้วถ้า...ให้เราเป็นมากกว่าเพื่อนกันล่ะ..” เสียงนุ่มกระซิบที่ข้างหูก่อนจะขบเม้มอย่างยั่วยวน...ชอลยงสะดุ้งความเสียวพุ่งเข้ามาแปล๊บๆ ร่างเล็กรีบลุดขึ้นยืนทันทีก่อนที่มันจะมีอะไรมากไปกว่านี้...

 

“ดงอุน!! นะ..นายเป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย! นี่ดึกแล้ว ฉะ..ฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกัน” ลุกขึ้นโวยวาย ใบหน้าก็แดงก่ำ ให้ตายสิ ทำไมดงอุนต้องมายั่วเค้าแบบนี้ด้วยนะ

 

“ใช้ฉันไปส่งนะ..” ร่างสูงลุกขึ้นยืนบ้าง มือหนาเอื้อมมาจับมือชอลยงไว้แน่นราวกับกลัวว่ามันจะหลุดออกจากกัน

 

“นะ..นี่ ปล่อยนะ ฉะ..ฉันกลับเองได้ หอฉันอยู่แค่นี้เองดงอุน”

 

แม้ร่างเล็กจะขัดขืนหรือพยายามที่จะให้อีกคนปล่อยมือแต่ดงอุนก็ไม่สนใจเดินนำจูงมือร่างบางไป ใบหน้ายิ้มร่าอย่างมีความสุข ชอลยงมองรอยยิ้มนั้น ยิ่งมองก็ยิ่งเขิน ไหนจะมือหนาที่กำลังเดินกุมมือเค้าอยู่อีกล่ะ รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ถูกส่งผ่านมาเลย ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วที่ต้องมาหน้าแดงเพราะคนๆนี้ ให้ตายเถอะซนดงอุนบอกมาได้ไหมว่าวันนี้นายเป็นอะไรกันแน่??

 

“ถึงแล้วววววว ~~~”

 

“ถึงแล้วก็ปล่อยมือฉันได้แล้ว... นายเป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย ร้อยวันพันปีนายไม่เคยทำแบบนี้เลยนะ กินอะไรผิดสำแดงมารึไง?”  ยังไม่เลิกที่จะสงสัยและตั้งคำถาม

 

อย่างน้อยก็ตอบฉันมาหน่อยเถอะ..จะยังไงก็ช่างแต่ฉันไม่อยากคิดเองคนเดียวไปอย่างนี้...ว่านาย... ก็ชอบฉัน..

“นายนี่น่าจะได้ฉายาบังจำไมจริงๆนะ ฉันเป็นอะไรอย่ารู้เลย รีบเข้าหอไปได้แล้วเดี๋ยวโดนดุนะบังมีร์จำไม คึคึ~” มือหนาเอื้อมมาขยี้หัวคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู เห็นคนตรงหน้าทีไรมันพาลให้อยากแกล้งทุกทีสิน่า

 

“โอ๊ย! พอได้แล้ว หัวยุ่งหมดแล้วนะ ไม่บอกก็ไม่บอก เชอะ! ไม่อยากรู้แล้วดงอุนบ้า! ไอเสาไฟฟ้า น่าหมันไส้เกิดมาสูงแย่งความสูงของฉันไปหมดเลย เชอะๆๆๆ ไม่คุยด้วยแล้วกลับหอไปเลย!!” ว่าแล้วก็สะบัดก้นเดินเข้าหอไป โดยมีเสียงหัวเราะของดงอุนดังไล่หลังมา คนอะไรหงุดหงิดได้กระทั่งเรื่องความสูง...

 

กลับมาถึงห้องพวกพี่ๆก็นั่งดูหนังกันอยู่โดยไม่รอกันเลย.. = =

 

“โหยยย อะไรอ่ะพี่ เมื่อกลางวันผมชวนพวกพี่ พี่ไม่ยอมดู แต่ไหงคราวนี้มานั่งดูกันไม่รอผมเลยอ่า.”

 

“จะให้รอ? พ่อคุณเอ๊ยยย นี่มันกี่ทุ่มแล้วลูกกก เที่ยงคืน? กว่าจะรอนายกลับ แล้วมาเปิดหนังดูพวกเราไม่ต้องนอนตี 2 ตี 3 เลยรึไง” คุณนายสายฟ้า (ฟาด) หันมาบ่นกับชอลยง

 

“อืมๆ ช่างเหอะๆ ผมเข้านอนก่อนแล้วกัน ฝันดีฮะ”

 

เมื่อเตรียมตัวจะเสร็จ ร่างเล็กก็พร้อมที่จะเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ว่า...เสียงข้อความจากโทรศัพท์ที่อยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้นซะก่อน.. ร่างบางหยิบขึ้นมาเปิดอ่านข้อความ ดึกป่านนี้แล้วใครจะส่งข้อความมาอีกนะ...

 

‘ ได้รับข้อความจาก: ดงอุน

          ฉันถึงหอแล้ว นอนรึยัง?

หลับฝันดีนะ บังจำไม คึคึคึคึ >)o(< ’

 

อึ้ง! งง! ตกใจ! คงจะเป็นคำที่ตอนนี้ชอลยงคิดอยู่ ถ้าจะถามว่าไม่ดีใจหรอ? อยากจะบอกว่า(โคตร)ดีใจสุดๆ แต่มันก็ยังสงสัยจริงๆนั่นแหละว่าทำไมอยู่ๆดงอุนเปลี่ยนไปขนาดนี้ ทั้งๆที่ไม่เคยทำแบบนี้เลยเนี่ยนะ ให้ตายเถอะ หัวใจในอกซ้ายมันไม่หยุดเต้นซักที ตั้งแต่ที่สวนสาธารณะ

จนถึงตอนนี้ จนกลัวว่าจะกลายเป็นโรคหัวใจซะให้ได้ ลังเลที่จะส่งข้อความไป แต่นิ้วเรียวก็จัดการพิมพ์ข้อความแล้วกดส่งไปซะแล้ว..

 

ทางด้านอีกฝั่งที่เพิ่งเดินทางถึงหอก็เตรียมตัวที่จะเข้านอนเหมือนกัน มือหนากดเปิดอ่านข้อความทันทีที่ได้รับ แค่เห็นชื่อคนส่งก็ยิ้มได้แล้ว ชื่อที่เค้าเพิ่งจะตั้งให้เมื่อไม่นานมานี้...

 

‘ ได้รับข้อความจาก: บังจำไม

                อยากรู้รึไงว่านายถึงหอแล้วน่ะ!

แต่ยังไงก็ฝันดีแล้วกัน ไอเสาไฟฟ้าาาา!!

 

ยิ้มทันทีเมื่อเห็นข้อความ.. หวังว่านายคงจะฝันดีของนายคงจะเป็นฉันนะชอลยง..

 

หลายวันต่อจากนั้น ทั้งชอลยงและดงอุนก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย..ต่างคนต่างมีงานกันทั้งคู่ ชอลยงต้องโปรโมทอัลบั้ม MONA LISA ต่อและยังต้องซ้อมคอนเสิร์ต ดงอุนก็เตรียมตัวกับคอนเสิร์ตของ CUBE ent เช่นกัน

 

วันนี้จะว่าบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เมื่อชอลยงเปิดเข้าทวิตเตอร์ก็เจอข้อความ

 

@beastdw พรุ่งนี้ใครจะมาอัดไลฟ์ล่วงหน้ามั่งนะ???

 

ไม่รอช้าที่จะเมนชั่นไปหา

 

@BangMir :@beastdw พรุ่งนี้จะมาอินกิกาโยหรอ????

 

@beastdw :@BangMir ไปๆๆๆ คึคึคึคึคึคึคึ ย๊า! ได้ข่าวว่าเราจะได้ใช้เวทดิ้งรูมห้องเดียวกันด้วยนะ !!!!

 ได้ใช้เวทดิ้งรูมห้องเดียวกันหรอ?? แสดงว่าเราจะได้คุยกันง่ายขึ้นน่ะสิ!

 

@BangMir โอ้! คึคึคึคึ ถ้าได้อยู่เวทดิ้งรูมห้องเดียวกัน เรามาทำให้เป็นเวทดิ้งรูมที่เสียงดังที่สุดในโลกกันเถอะ คึคึคึคึ

 

พิมพ์ตอบไปด้วยในใจรื่นเริง อย่างน้อยได้อยู่ใกล้กันก็ดีถึงเพราะบางคนอาจจะทำให้ปวดใจแต่มันก็เป็นความเจ็บปวดที่มีความสุข...

 

@BangMir แต่ว่า ถ้าเกิดอยู่เวทติ้งรูมคนละห้องกัน ก็อย่าเห็นหน้ากันแค่บนจอภาพนะ แต่ถ้าได้คนละชั้น ก็คงเหนื่อยหน่อย.. คึคึคึ

นั่นสินะ...มันยังไม่แน่ซักหน่อยว่าเราจะได้อยู่ห้องเดียวกัน ดีใจไปก่อนซะแล้วสิเรา....

 

“ชอลยงอา มาซ้อมได้แล้ว!!” เสียงพี่ใหญ่ตะโกนเรียกเด็กน้อยที่เอาแต่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ไม่สนใจคนรอบข้างที่กระตือรือร้นที่จะซ้อม ชอลยงขานรับแล้วเก็บโทรศัพท์ไปซ้อมทันที ในใจก็ภาวนา...พรุ่งนี้ขอให้เราได้ใช้เวทดิ้งรูมห้องเดียวกันเถอะนะดงอุนอา~….

 

 


[SF] unlovable ep.1 [DoongWoon & Mir]

posted on 10 Sep 2011 22:59 by elf-killer-smile

 

ท่ามกลางค่ำคืนที่ท้องถนนมีแต่แสงไฟจากริมทางและแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเพียงเล็กน้อย เวลานี้คงจะเป็นเวลาที่คนบางคนนอนหลับไปแล้ว บางคนก็ออกมาเที่ยวตอนกลางคืน หรือบางคนอาจจะกำลังทานอาหารกบครอบครัวอย่างสายใจ แต่เวลานี้คงจะไม่ใช่เวลาพักผ่อนของเหล่าไอดอล MBLAQ ช่วงนี้เอ็มแบล็คกำลังเดินสายโปรโมทเพลง Mona Lisa หลังจากที่ทำการขึ้นแสดงในรายการเพลงเสร็จพวกเค้าก็กำลังจะเดินทางไปฝึกซ้อมสำหรับคอนเสิร์ตที่กำลังจะมีขึ้นไม่ช้านี้ เพื่อเทพธิดาเอพลัสทุกๆคน

 

“อ๋าาา เค้าเหนื่อยจังเลยอ่ะจีโอฮยอง~” กล้ามน้อย (?) ร้องออกมาพร้อมเอนหัวไปซบจีโอที่นั่งมองวิวอยู่ริมหน้าต่าง

 

“งั้นนอนพักไปก่อนแล้วกันถ้าถึงแล้วพี่จะปลุกนะ^^” มอบรอยยิ้มอบอุ่นให้พร้อมลูบหัวไปสองสามทีด้วยความเอ็นดู ถึงอื่นจะมองว่าคนข้างๆเค้าดูแมน จะหุ่นดีกล้ามใหญ่ยังไงแต่พอมาอยู่ด้วยกันแบบนี้แล้ว ไอนี่มันเด็กน้อยชัดๆ

ร่างโปร่งไม่พูดอะไรเพียงแต่ยิ้มแล้วซุกตัวเข้ากับอ้อมแขนที่เอื้มมาโอบกอดเค้าไว้ ขดตัวนอนอย่างกับลูกแมว

 

“แหม คู่ข้างหลังจะสวีทกันมากไปแล้วนะ ชิร์~” ชอนดุงแซวอย่างหมันไส้ ซึงโฮอดไม่ได้กับท่าทางกระแหนะกระแหนของสุดที่รักมือหนาเลยไปหยิกจมูกด้วยความหมันไส้

 

“โอ๊ยย! พี่ซึงทำไรเนี่ยเค้าเจ็บนะ เกิดจมูกเค้าเบี้ยวขึ้นมาทำไง -^-”

“ก็ดูทำหน้าตาเข้าให้สิ มันน่าหมันเขี้ยวซะจริงๆ 555 55”

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะเค้างอนแล้วด้วย!!” อ่าวซวยแล้วไงล่ะตรู เมียงอนซะและ -*- ซึงโฮจึงต้องทำการง้อภรรเมียสุดที่รักเป็นการด่วนไม่งั้นคืนนี้คงอด = =

 

ภายในรถตู้ก็ยังมีหนุ่มน้อยคนนึงที่นั่งอยู่ด้านหลังสุด มักเน่ของวงบัง ชอลยงมองพี่ๆที่สวีทหวานกันแบบไม่แคร์สื่อ(ตัวเอง) ท่าทางเซงๆ ก็ใช่สิเค้ามันไม่มีใครมาให้สวีทด้วยนี่นา มือเรียวหยิบไอโฟนในกระเป๋าออกมากดๆเล่น ในเมื่อว่างๆแล้วก็เข้าทวิตเตอร์หน่อยดีกว่า สายตามองไปเรื่อยๆตามแถว Timeline ก็ไปสะดุดกับข้อความนึง..

 

@beastdw สีหน้าเดิม มุมเดิม แต่เสื้อตัวอื่น..ซ้อมแล้วก็มากินข้าวพักนึง กำลังย่อยอยู่ครับ! http://yfrog.com/h7nb4hgj

 

ใบหน้าเรียบเฉยปรากฏรอยยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้เห็นข้อความทวิตของใครบางคน.. ชอลยงกดข้อความเมนชั่นไปหาคนนั้น พร้อมหัวเราะคึกคักมีความสุข(อยู่คนเดียว)

 

@BangMir: @beastdw โอป้าบอกความจริงมาเดี๋ยวนี้.. พี่มองชายอื่นใช่ไหม?

 

ข้อความอาจจะเป็นแค่สิ่งที่เพื่อนกันหยอกล้อกันเล่น แต่..มันก็มีความหมายในตัวของมันเองดีอยู่แล้ว แล้วแต่คนจะคิดแล้วกันว่าความจริงมันเป็นยังไง

 

@beastdw: @BangMir การแสดงออกของคุณเหมือนกับภาพวาดโมนาลิซ่าที่อยู่ในอาคาร

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นข้อความนี้ นายต้องการจะสื่ออะไรเนี่ยดงอุน???

 

ทางด้านห้องซ้อมเต้นของ CUBE ENT เหล่าไอดอลบีสก็กำลังนั่งพักหลังจากกินข้าวกันอิ่มๆ

ที่มุมห้องก็ยังมีมักเน่หล่อร้ายซน ดงอุ่น นั่งเล่นโน๊ตบุ๊คอยู่ จากที่ตอนแรกกำลังจะล็อกเอาท์เพื่อจะไปซ้อมเต้นต่อ แต่สายตาก็ไปสะดุดกับข้อความที่เมนชั่นมาหาตัวเอง

 

@BangMir: @beastdw งั้นนายต้องเขียนเรื่องราวที่ไม่มีวันจบสิ้นระหว่างเราลงในกระดาษ A4 ด้วยนะ..

 

“เฮ้! นี่ดงอุ่นได้เวลาซ้อมแล้วนะ..” ดูจุนเรียกน้อง พักนานแล้วก็ถึงเวลาซ้อมซักที..

“เดี๋ยวไปครับ!!” ตะโกนบอก ขอตอบทวิตเตอร์ไปก่อนแล้วกัน!

 

@beastdw: @BangMir ที่ผ่านมาเราคุยเรื่องตลกกันอยู่..งั้นหรอ?

 

ด้าน MBLAQ ก็เดินทางมาถึงห้องซ้อมแล้ว ชอลยงเปิดดูข้อความทวิตเตอร์ก็เกิดอาการงอนทันที!!

 

“เรื่องตลกงั้นหรอ? เชอะ! นายคิดว่าเรื่องระหว่างเรามันตลกหรอดงอุน!! ชิร์~” พูดเบาๆคนเดียวแบบไม่ให้ใครได้ยินแต่ท่าทางหงุดหงิดกับสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์นั้นมันปกปิดไม่มิดจริงๆ

 

“ชอลยงเป็นอะไรน่ะ ตอนอยู่บนรถยังนั่งหัวเราะคิกคักอยู่เลย ทำไมตอนนี้หน้าบูดซะล่ะ” จุนเดินมาถามเมื่อเห็นอาการผิดปกติของน้อง

 

“เปล่าฮะ พอดีว่ามีคนทำให้ผมไม่พอใจนิดหน่อยน่ะ!” พูดไปแล้วก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ ฮึ่ย! ซน ดงอุน

 

“หระ..หรอ เอ่อ..งั้นพี่ไปเปลี่ยนชุดก่อน นายก็เตรียมตัวซ้อมด้วยล่ะ” เห็นท่าน่ากลัวแทบจะรับประทานหัวของน้องพี่เลยต้องขอตัวไปก่อน ถ้าอยู่นานกว่านี้เค้าคงต้องกลายเป็นที่ระบายอารมณ์เป็นแน่ - - (น้องมันไม่โหดขนาดนั้นหรอกจุนเอ๊ยยย)

 

@BangMir: @beastdw เราอายุ 21 กันแล้วนะ! และทุกอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องตลกด้วย!!!

 

พิมพ์เสร็จก็วาง(ปา)โทรศัพท์ไว้บนโซฟา ตัวเองก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวซ้อม วันนี้ชอลยงท่าทางหงุดหงิดสุดๆ พี่ๆก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่ทางที่ดีหลีกเลี่ยงการอยู่ห่างน้องเล็กเวลาที่มันอารมณ์เสียท่าจะดีที่สุด

 

เป็นเวลากว่าหลาย ชม.ที่เอ็มแบล็คทำการฝึกซ้อม ตอนนี้เวลาเที่ยงคืนพอดี ก็ถึงเวลาที่จะเลิกซ้อมและเตรียมตัวกลับหอพัก..ควรจะพักผ่อนซักทีหลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวัน..

 

เป็นเวลาเดียวกับที่บีสฝึกซ้อมเสร็จ และเตรียมเก็บของจะกลับหาเช่นกัน..

“ดงอุ๊นน!! ทำไรอยู่อ่ะ จะกลับหอกันแล้วน้าาาา” กิกวังเดินมากอดคอจากด้านหลัง สายตาเพ่งมองไปยังหน้าจอโน๊ตบุ๊ค

 

“ที่แท้ก็อัพทวิตอยู่นี่เอง คุยกับใครอ่ะ! แอบนอกใจพี่หรอ??”

 

“ปละ..เปล่านะพี่กิกวังนอกใจอะไรกัน ผมน่ะมีพี่คนเดียวนะ..” รีบปฏิเสธทันควัน ไม่อยากให้คนตรงหน้าเอาเรื่องนี้ไปคิด...

 

“แล้วคุยกับใครเนี่ย หื๊ออออ” ร่างที่เมื่อกี๊ยืนกอดคอเค้าอยู่เปลี่ยนท่าทางมาเป็นยืนท้าวเอว

 

“กะ..ก็คุยกับชอลยงไง ไม่มีอะไรหรอก~ พี่อย่าทำท่าน่ากลัวแบบนั้นสิ ก็บอกแล้วว่าผมมีพี่คนเดียวน้า~~” อธิบายแล้วทำท่าอ้อนเต็มที่ มันไม่สมกับตัวเลยนะดงอุนอา -*-

 

“คุยกับชอลยง..งั้นก็แล้วไป เก็บของได้แล้วจะได้กลับหอ ฉันง่วงละ!” กิกวังตบไหล่น้องชายไปเบาๆสองสามทีก่อนที่จะเดินไปเก็บข้าวของของตัวเองบ้าง ดงอุนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

นึกว่าจะโดนจับได้ซะแล้ว...

 

เอ็มแบล็คเดินทางมาถึงหอ แต่มักเน่ตัวแสบก็ยังคงไม่พูดไม่คุยกับใคร ว่าง่ายๆก็ไม่มีใครกล้าคุยกับเค้าเหมือนกันนั่นแหละ เมื่อพี่ๆแยกกันเข้านอนหมดแล้วชอลยงก็มาเปิดโน้ตบุ๊กตัวเก่งของตัวเองแล้วเปิดดูทวิตเตอร์...เผื่อว่าจะมีข้อความของใครบางคนทิ้งไว้บ้าง แต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า...

 

ใช่สินะ..ทางนั้นเค้าก็มีพี่กิกวังอยู่แล้วนี่นา..เรามันก็แค่เพื่อนแค่นั้นแหละ

 

ความเหนื่อยล้าทั้งวันทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ร่างบางบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะปิดเครื่องโน้ตบุ๊ก คงถึงเวลาที่ต้องพักซักที พักกาย พักใจ... เพื่อสู้ในวันต่อไป ร่างเล็กเดินดุ๊กๆเข้าห้องนอนไปทิ้งตัวลงบนเตียงเปลือกตาบางค่อยๆปิดลงช้าๆ ด้วยความเหนื่อยล้า.. หวังว่านายคงนอนหลับฝันดีนะ... ดงอุนอา~

 

 

 

 

เช้าที่วุ่นวายของใครหลายคน แต่มันกลับเป็นวันพักผ่อนของเหล่าสมาชิกเอ็มแบล็ค หลังจากที่เดินสายโปรโมทมินิอัลบั้มใหม่กับเพลง Mona Lisa เป็นเวลาหลายวันพวกเค้าก็ได้พักกันซักที แต่มันคงจะดีกว่านี้ถ้าพวกพี่ๆไม่นั่งกันเป็นคู่ๆสวีทหวานกันแบบนี้!!!

 

ชอลยงเดินงัวเงียออกมาจากห้อง มือพลางขยี้ตาปรับโฟกัสให้ชัดขึ้น หลังจากที่ไม่ได้นอนเต็มที่มานาน..เช้าวันหยุดก็หวังว่าจะชวนพี่ๆมาเล่นด้วยกันหน่อย คิดได้ดังนั้นมักเน่ของวงก็รีบไปอาบน้ำ แล้วออกมาทานข้าวที่พี่ผู้จัดการช่วยเตรียมให้แล้ว

 

“พี่ซึงโฮ~~~ มาดูหนังกันเถอะ ~~” วิ่งมาหาพี่ชายที่นั่งดูทีวีอย่างร่าเริง พร้อมชูแผ่นหนังที่เพิ่งจะซื้อมาแต่ไม่มีเวลาดูซักทีไปมา

 

ซึงโฮละจากจอทีวีมามองหน้าน้องชายแบบไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ลืมบอกไป! ว่าข้างๆพี่ใหญ่น่ะเค้ามีปาร์ค ซังฮยอน ภรรยาสุดที่รักนั่งซบไหล่อยู่ด้วย

 

“ไว้วันหลังแล้วกันชอลยง เดี๋ยวพี่กับชอนดุงจะออกไปดูหนังกันน่ะ” บอกน้องด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดสุดๆ แต่มันช่างขัดกับการกระทำที่เอาแต่นั่งกอดเมียอย่างมีความสุขจริงๆ = =”

 

เด็กน้อยที่ร่าเริงเมื่อกี๊เลยหน้าจ๋อยไปทันที ชอลยงเดินคอตกไปยังห้องพักของพี่อีกสองคนซึ่งคาดว่าวันนี้คงไม่ออกไปไหนหรอก อย่างพี่อีจุนอย่างน้อยก็คงต้องนอนอยู่แต่ในหอนั่นแหละน่า -*-

 

และท่าทางความคิดนั้นของชอลยงก็คงจะเป็นจริงเมื่อเด็กน้อยเปิดประตูเข้าไปเตรียมจะตะโกนอย่างร่าเริงเต็มที่ แต่ก็โดนบยองฮีเบรกไว้ก่อน!

 

“เดี๋ยว! อย่าเพิ่งพูดอะไรเดี๋ยวจุนตื่นพอดี” จีโอเอามือมาปิดปากน้องชาย แล้วทำท่าชู่ว~ ซึ่งมีร์ก็พยักหน้าเข้าใจ เห็นอย่างงั้นจีโอเลยยอมปล่อยมือ

 

“โอเค..มีเรื่องอะไรหรอ?”

 

“จีโอฮยอง~ มาดูหนังกันเหอะซื้อมาตั้งนานแล้วยังไม่ได้ดูซักที..”

“……” จีโอไม่พูดอะไรเพียงแค่เงียบธรรมดา แต่ดูท่าทางแล้วชอลยงก็คงจะรู้คำตอบอยู่ล่ะนะ ร่างบางก็ต้องเดินคอตกออกมาจากห้องของพี่ชายหมายเลข 2 และ 3 อีกตามเคย เมื่อออกมาซึงโฮและชอนดุงก็เตรียมตัวออกไปข้างนอกแล้ว

 

“เชอะ! มีความสุขกันเข้าไป ปล่อยให้น้องเหงาอยู่คนเดียว คู่ออกไปดูหนังอีกคู่ก็นอนเฝ้ากันในห้อง เอ้อ!! ดูคนเดียวก็ได้วะ(อารมณ์เหวี่ยง)!!!” ร่างบางเดินสะบัดสะบิ้งไม่พอใจบรรดาเหล่าพี่ชาย สุดท้ายก็ต้องมานั่งดูหนังคนเดียว เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาหกโมงเย็น ไม่มีทีท่าว่าซึงโฮและชอนดุงจะกลับ และบยองฮีกับจุนก็ไม่ออกมาจากห้องตั้งแต่เช้า (ทำอะไรกันอยู่ - -)

 

เฮ้อ~ น่าเบื่อชะมัดเลย!!

 

มือเรียวเอื้อมไปหยิบไอโฟนขึ้นมาเตรียมจะโทรหาเพื่อนๆ 91line

 

[อันยองมีรืออา~] เสียงปลายสายทักทายมาอย่างสดใส

“อันยองจินอุน นี่ๆตอนนี้ว่างไหม? ออกไปเที่ยวกัน!”

[เที่ยวหรอ? อา..ขอโทษนะมีรืออา พอดีคืนนี้ฉันมีคิวอัดรายการอ่า..นายลองโทรไปชวนตีย์ดูสิ หมอนั่นอาจจะว่างก็ได้ อ้ะ! ฉันต้องไปแล้วแค่นี้นะมีรืออา ไว้เราค่อยไปเที่ยวกันวันหลังนะ]

 

ติ๊ด!

 

แล้วสายก็ถูกถัดไป อารมณ์ชอลยงตอนนี้ถือว่าเซ็งสุดๆ! พี่ก็ไม่ใส่ใจเพื่อนก็ไม่แคร์ อะไรกันวะ! ไม่มีทางเลือกเลยต้องโทรไปหาเด็กแสงออมม่าคีย์

 

[ฮัลโหล..]

“คิบอมอา~ ไปเที่ยวกานเถอะ~~~”

[ไปเที๊ยว!! ถ้าฉันไปได้ก็ดีอ่ะนะ แต่พอดีว่าต้องเตรียมตัวไปเดบิวต์ที่ญี่ปุ่นเลยยังไม่ว่างอ่ะ]

“= =!”

[นายโทรไปชวนดงอุนสิ ดูท่าทางเค้าจะว่างนะ]

 

ติ๊ด!

 

แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ถูกตัดสายทิ้ง เออ...เอาเข้าไปแต่ละคน ทางเลือกสุดท้ายชอลยงกำลังจะโทรไปหาอีกคนแต่ทว่านิ้วก็หยุดลงก่อนที่จะได้กดโทรออก...ร่างบางยืนขึ้นแล้วเดินไปใส่เสื้อกันหนาวเตรียมออกจากหอ..

 

ลองไปเดินเล่นคนเดียวมันคงไม่เสียหายนะ..

 

ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำผู้คนมากมายก็เริ่มทยอยออกมาพักผ่อนสังสรรค์ยามค่ำคืน เนื่องจากเวลานี้ใกล้จะสองทุ่มแล้ว คนก็เริ่มเยอะพอสมควร.. ชอลยงเดินเลียบไปตามถนน ดึงฮู้ดมาพอให้แค่ปิดบังหน้าตา เดินไปอย่างไร้จุดหมาย เดินไปเรื่อยๆ... จนกว่าจะถึงปลายทางของเค้า...

 

ติ๊ด ติ๊ด!

เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงสั่นของสิ่งของในกระเป๋าก็หยิบขึ้นมาดู หน้าจอปรากฏหมายเลขที่ทำให้ต้องฉงน?  กดรับไปอย่างกล้าๆกลัวๆ แม้ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยคุยกันก็ตาม แต่ตอนนี้เป็นเวลาที่จิตใจเค้าอ่อนแอมากที่สุด....

 

“ฮะ..ฮัลโหล”

[อันยองบังมีร์~~] เสียงอีกฝั่งทักมาอย่างสดชื่น ผิดกับตัวเค้าที่ตอนนี้ตัวสั่นไปหมด..

“อันยองดงอุน...”

[ทำไรอ่ะ? นึกว่านายจะไม่ว่างรับโทรศัพท์ฉันซะอีก]

“วันนี้พวกฉันได้พักน่ะ ฉันเลยออกมาเดินเล่นข้างนอกหน่อย แล้วนายทำอะไรอยู่ล่ะ?”

[อืม...ฉันนัดกิกวังมากินข้าวอ่ะแต่ตอนนี้มันเลทมาเป็นชั่วโมงแล้วเค้ายังไม่มาเลย ไปอยุ่ไหนของเค้าน้า~]

ตอนนี้ชอลยงคงคิดว่าไม่น่าถามคำถามแบบนี้เลยจริงๆ กิกวังหรอ..ใช่สิ เค้าเป็นคนรักกันมากินข้าวด้วยกันก็ไม่เป็นจะแปลกเลยหนิชอลยง

“เอ่อ... อาจจะเพิ่งเลิกงานก็ได้นะ นะ...นายก็ลองโทรไปหาเค้าดูสิ.. คือ แค่นี้ก่อนนะแบตของฉันจะหมดแล้ว..”

 

ติ๊ด!

คราวนี้เป็นฝ่ายชอลยงเองที่วางสายก่อน ไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยหรอกนะ แต่ว่า..ไม่อยากเจ็บไปมากกว่านี้ต่างหาก เค้าไม่ได้อยากรู้ซักหน่อยว่าดงอุนจะไปไหนทำอะไรกับคนๆนั้น ความสัมพันธุ์ระหว่างเพื่อนที่มันกลับกลายมาเป็นความรู้สึกที่มากกว่าคำว่าเพื่อนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้..เค้ารัก ซน ดงอุนเหลือเกิน...

 

แม้นายจะมีเจ้าของแล้วแต่ขอแค่ให้ฉันรักนายไปอย่างนี้..คงไม่เป็นไรใช่ไหมดงอุนอา..

 

edit @ 10 Sep 2011 23:06:22 by Killer_$Mile