[SF] unlovable ep.3 [DoongWoon & Mir] END
posted on 12 Sep 2011 16:52 by elf-killer-smileรายการอินกิกาโย หลังเวที...
“อิจุนอ๊าาาาาา~~~”
“โยซอบอ๊าาาาาาา~~~”
สองสาว(?)ขาเม้าส์ประจำวงวิ่งมากอดกันในทันใดเมื่อเจอหน้า วันนี้บีสและเอ็มแบล็คได้ใช้เวทดิ้งรูมห้องเดียวกัน ก็สมใจอยากใครบางคนล่ะนะ...
“พี่ฮยอนซึงหวัดดีครับ^^”
“ว่าไงชอนดุง ไม่ได้เจอกันนานเป็นไงบ้าง?”
ชอนดุงกับฮยอนซึงก็กล่าวทักทายกัน รวมถึงซึงโฮและจุนฮยองเช่นกัน จีโอก็ยืนคุยกับดูจุน ร่างบางชะเง้อหน้ามองหาคนที่เค้าอยากเจอแต่ก็ไม่เห็นซักที...
นั่งหงอยอยู่พักใหญ่คนที่รอคอยก็มาถึง ชอลยงกำลังจะโบกมือทักทายพร้อมตะโกนเรียกชื่ออีกคนที่กำลังเดินส่งยิ้มมาให้เค้า แต่ว่า....
“ดงอุนอา!!~ นี่นายลืมโทรศัพท์ไว้บนรถแน่ะ” กิกวังที่เดินตามหลังมา ตะโกนเรียก ร่างสูงหันไปมองก็ได้มะเหงกมาทีนึงกับความเซ่อซ่าของตัวเอง ทำหน้าเบะเหมือนจะร้องไห้ กิกวังหัวเราะกับท่าทางแบบนี้มือก็เอื้อมไปขยี้หัวด้วยความหมันไส้
ชอลยงนั่งมองตาละห้อย เฮ้อ~ ยังไม่ทันไรก็เจอภาพบาดตาซะแล้วแฮะ..ออกไปเดินข้างนอกดีกว่า
ตัดสินใจได้ก็ออกมาเดินเล่นข้างนอก ให้ตายเหอะอุตส่าห์อารมณ์ดีแล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาเจออะไรแบบนั้นแย่ชะมัด...
ขาเรียวก้าวเดินไปเรื่อยๆตามทาง แต่ก็ต้องหยุดเพราะมาเจอกับบางคน..
“มินโฮ! มาทำไรที่นี่อ่ะ”
“ฉันมาทำธุระนิดหน่อยน่ะ แล้วทำไมนายมาเดินคนเดียวเนี่ย คนอื่นๆล่ะ?” หนุ่มหน้าใสถามพลางมองซ้ายมองขวาเหมือนจะหาคนที่เดินมากับชอลยง
“เค้าอยุ่ในห้องเวทดิ้งกันน่ะ...เบื่อๆเลยออกมาเดินเล่น อีกอย่างอีกนานเลยกว่าจะขึ้นแสดง”
“งั้น..ตอนนี้ฉันก็ทำธุระเสร็จแล้ว แล้วก็ว่างด้วย นายไปกินเค้กที่ร้านข้างล่างกับฉันไหมล่ะ?”
มินโฮทำท่าคิดพร้อมเอ่ยปากชวน โดยที่ชอลยงไม่ต้องเสียเวลาคิดให้นานว่าจะไปหรือไม่ เพียงไม่กี่นาทีร่างทั้งสองก็มานั่งอยู่ในร้านเค้กซะแล้ว...
“นี่ๆๆนายจะเลี้ยงฉันใช่ป่ะ? คึคึ” พูดแบบน่ารักๆฉบับมีรือ ><’
“ไม่ต้องมาแบ๊วเลย..บอกตอนไหนว่าจะเลี้ยงจ่ายเองนั่นแหละ!” นิ้วยาวยื่นไปดันหน้าผากเนียนๆเบาๆ ด้วยความหมันไส้
ทั้งชอลยงและมินโฮนั่งคุยกันจนเกือบลืมเวลา หลังจากไม่ได้เจอกันนานก็มีเรื่องให้พูดคุยกันมากมาย เสียงหัวเราะคึกคัก บริเวณโต๊ะตรงนั้น รอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติของชอลยงที่ช่วงนี้มีคนเห็นมันยากซักหน่อยถูกเผยออกมา สำหรับมินโฮนั้นชอลยงก็เป็นเพื่อนที่ดีมากคนนึงและเค้าก็รักเพื่อนคนนี้มากไม่แพ้กับคนอื่นๆ...
ท่ามกลางเสียงหัวเราะนั้น...จะมีใครบางคนรู้บ้างไหมว่ามีสายตาคู่นึงจับจ้องอยู่...
หลังจากการแสดง BEAST และ MBLAQ ต่างก็รีบแยกย้ายกันกลับไปซ้อมเพื่อเตรียมตัวสำหรับคอนเสิร์ต
‘ 내게 안녕이라 말하지마
แน-เก อัน-นยอง-งี-รา มัล-ฮา-จี-มา
그런 눈빛으로 내게 말하지마
คือ-รอน นุน-บิ-ชือ-โร แน-เก มัล-ฮา-จี-มา
Baby SAY YES Baby SAY YES’
ในระหว่างซ้อมเสียงโทรศัพท์ของน้องเล็กก็ดังขึ้นทำให้ชอลยงต้องหยุดซ้อมเพื่อมารับโทรศัพท์...เมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้าใจก็กระตุกทันที...
“ฮัลโหล...”
[เค้กอร่อยไหม?] เริ่มต้นกล่าวทักทายด้วยเสียงกวนๆ
“หือ? เค้ก? เค้กอะไร” ถามไปอย่างงงๆ อะไรของเค้า...
[ก็เห็นเมื่อตอนเย็นนั่งกินเค้กกับมินโฮซะอร่อยเลยนี่นา ไม่เคยจะชวนหรอกนะ อยากกินกันสองต่อสองล่ะสิ..] ประโยคหลังมันช่างแทงใจเหลือเกินนะ
“หึ! ก็พอดีว่าเห็นอยู่กับพี่กิกวังก็เลยไม่อยากจะไปกวน..” ชอลยงกระแทกเสียงแสดงความไม่พอใจ
[ไม่พอใจอะไร? หึงฉันกับกิกวังหรอ]
จึก! เจอคำถามแทงใจเข้าไปร่างบางถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว
[ฮัลโหล..ชอลยง... นี่ ยังฟังอยู่รึเปล่า...]
“ห๊ะๆ อ่ะ..อืม นายโทรมามีเรื่องแค่นี้น่ะหรอ?”
[ทำไมล่ะถ้าจะโทรต้องมีเรื่องด้วยหรอถึงจะคุยกับนายได้น่ะ นี่ชอลยงอา~…วันนี้นายไม่อยู่ที่ห้องเวทดิ้งเงียบมากเลยรู้ไหม..]
ห้องเวทดิ้งมันเงียบแล้วทำไมต้องทำเสียงอ่อยด้วยเล่าดงอุน >////<
“ก็มันเบื่อ...ก็เลยออกมาเดินเล่น”
[ออกมาเดินเล่นหรือว่าเพราะนัดกับมินโฮไว้..] จากเสียงขี้เล่นปรับไปเป็นเสียงเรียบเฉยจนชอลยงตามอารมณ์แทบไม่ทัน...
“นี่..มินโฮเค้ามาทำธุระพอดีเจอกันเค้าเลยชวนไปกินเค้กแค่นั้นเอง”
[แล้วนายก็ไป?]
“เอ้า! ก็มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะไปไม่ได้มินโฮก็เพื่อนฉันนะ ถ้านายจะมาหาเรื่องฉันดงอุนอย่าเลยดีกว่า...แค่นี้ล่ะ!!!”
เป็นอีกครั้งที่ชอลยงตัดสายดงอุน นี่มันอะไรเนี่ย แค่เค้าไปกินเค้กกับมินโฮทำไมต้องทำมาเป็นเหมือนโมโหด้วยเล่า..ไม่อยากจะคิดไปเองหรอกนะว่าดงอุนน่ะหึง แต่ถ้าหึงจริงๆเค้าควรจะดีใจหรือเสียใจดีล่ะ? ในเมื่อ...เราไม่ได้เป็นอะไรกัน
เอ็มแบล็คได้ไปถ่ายทำรายการสตาร์คิงเกิดอุบัติเหตุบางอย่างทำให้ชอลยงได้รับบาดเจ็บทั้งแฟนคลับ ผู้จัดการและสมาชิกต่างเป็นห่วงเค้าแต่ตอนนี้อาการก็ดีขึ้นแล้ว แม้อาการจะไม่หนักแต่ร่างบางก็ขอนอนพักที่โรงพยาบาลอีกซักคืนสองคืน แต่เพราะตารางงานที่ยุ่งทำให้สมาชิกไม่สามารถมาเยี่ยมได้...
“บังชอลย๊งงงงง~!!! นี่ๆๆไปทำอิท่าไหนถึงได้มานอนบนเตียงเป็นคนป่วยขนาดนี้เนี่ยห๊าาาาา~~~” พ่อคิมคีย์เดินนำเข้ามาส่งเสียงสูงปรี๊ดตั้งแต่หน้าประตู โดยมีมินโฮเดินตามอยู่ข้างหลังพร้อมถือช่อดอกไม้มาด้วย
“ก็ถ่ายทำแล้วมันผิดพลาดนิดหน่อย ที่จริงก็กลับได้แหละแต่ฉันอยากนอนที่นี่อ่ะ”
“กะอู้ว่างั้น - -*” มินโฮพูดอย่างรู้ทัน...
“รู้ได้ไงเนี่ย 5555 นี่พวกนายว่างกันรึไงน่ะ” คนป่วยถามผู้มาเยือน เหมือนไม่ค่อยอยากให้มาเท่าไหร่นะ - -
“โถ ถามอย่างกับว่าไม่อยากให้มางั้นอ่ะ มาให้เห็นหน้าเดี๋ยวก็ไปแล้วล่ะ” คีย์ตอบอย่างงอนๆแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้
“อ่า...ล้อเล่นน่า อยู่ต่อก็ได้อยู่เป็นเพื่อนฉันนะๆๆๆ” ชอลยงรีบลุกขึ้นนั่งแล้วหันหน้ามาง้อทันทีมินโฮเห็นท่าทางที่เหมือนกับเด็กๆของทั้งสองคนก็อดที่จะขำไมได้
“เดี๋ยวพวกเราต้องเตรียมตัวไปญี่ปุ่นกันน่ะ เลยแวะมาเยี่ยมได้แค่แปปเดียว ได้เวลาแล้วไปกันเถอะ..” คนตัวสูงกว่ายกนาฬิกาขึ้นดูแล้วสะกิดเรียกคีย์ ชอลยงโบกมือลาด้วยท่าทางเริงร่าพร้อมกล่าวขอบคุณ...
เฮ้อ...ถ้าในสถานการณ์แบบนี้เค้าคนนั้นมาเยี่ยมฉันบ้างก็ดีนะ แต่ไม่ได้สิ!! เราโกรธหมอนั่นที่มาหาเรื่องเราก่อนนี่นาแล้วทำไมต้องเอาแต่คิดถึงเค้าด้วยล่ะ! โอ๊ยยย บังชอลยงทำไมนายมันแย่อย่างงี้นะ
คิดในใจพลางสะบัดหัวไปมาทำลายความคิดนั่น หลังจากที่ชอลยงสงบจิตสงบใจได้ไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูแสดงถึงผู้มาเยือน..
“ชอลยงเป็นไงบ้าง~~~” เป็นกิกวังที่เดินเข้ามาพร้อมดงอุน ชอลยงแทบทรุดเมื่อเห็นสองคนนั้น นี่จะมาเยี่ยมหรือจะมาทำให้อาการฉันแย่ลงกันแน่?
“เอ่อ...อาการก็ดีขึ้นแล้วล่ะฮะ พรุ่งนี้คงจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะ” ตอบไปอย่างมีมารยาท ก็นะ..อย่างน้อยกิกวังก็เป็นพี่นี่นา
“อื้ม งั้นก็ดีแล้วล่ะน้า พอดีว่าต้องไปแล้วอ่ะ เดี๋ยวให้ดงอุนอยู่เป็นเพื่อนแล้วกันนะชอลยง...” กิกวังตบบ่าคนตัวสูงพร้อมกระซิบบางอย่างกับดงอุนแล้วโบกมือลา
เมื่ออยู่กันสองต่อสองชอลยงก็ไม่รู้จะพูดอะไร..อยู่ๆก็รู้สึกว่าหน้ามันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ สายตามองต่ำไม่กล้ามองหน้าดงอุน เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อยู่แบบนี้แล้วมันเขินๆยังไงไม่รู้แฮะ..
“เป็นอะไรหน้าแดงเชียว มีไข้หรอ?” ดงอนที่ยืนมองอยู่รู้แก่ใจว่าชอลยงน่ะเขิน แต่ก็อยากจะแกล้งนี่นา คนตัวสูงยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนรู้สึกได้ถึงลงหายใจอุ่น ร่างบางสะดุ้งเฮือก แล้วค่อยๆเขยิบถอยมา
“ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย..นายน่ะไม่ไปส่งแฟนนายหรอ?”
“แฟน? นายหมายถึงใครน่ะ”
“ก็นายมากับใครล่ะ” กระแทกเสียงถาม ชิร์ อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องนะซนดงอุน หลังจากพูดจบดงุนก็ระเบิดหัวเราะออกมาทันที ชอลยงถึงกับทำหน้างง
“ฮ่าๆๆๆๆ นี่นายคิดว่าฉันพี่กิกวังเป็นแฟนกันหรอ ฮ่าๆๆ ให้ตายเหอะ”
“นี่!! มีอะไรน่าขำรึไงหรือนายสองคนไม่ได้เป็นแฟนกัน?” เริ่มรู้สึกว่าหน้าแตกขึ้นมาแล้ว แต่สองคนนี้ไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆหรอ?
“แล้วนายคิดว่าไงล่ะ” ทำหน้ากวนแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกครั้งทำให้ชอลยงต้องเขยิบถอยออกมาอีก...
“ละ...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันเล่า ไม่ได้อยากรู้ซักหน่อยหนิ”
“เฮ้อออ~ งั้นช่างเถอะ นายคงไม่อยากรู้หรอกว่าฉันจะโสดหรือมีแฟน แฟนนายก็มีอยู่แล้วนี่” คำพูดนี้ของดงอุนทำให้วิญญาณเจ้าหนูจำไมเข้าสิงชอลยงอีกครั้ง แฟน? แฟนอะไรของเค้า?
“ไม่ต้องมาทำหน้างงก็มินโฮไง..เมื่อกี๊เดินสวนกัน นี่ก็คงเป็นช่อดอกไม้ที่หมอนั่นเอามาให้ใช่ไหมล่ะ?” มือเอื้อมไปหยิบช่อดอกไม้มาดูก่อนจะวางมันไว้ที่เดิม
“นี่นายจะบ้าหรือไง อย่ามาหาเรื่องฉันนะ มินโฮเค้ามากับคีย์ถ้าเดินสวนกันก็น่าจะเห็นนี่...เราเป็นแค่เพื่อนกัน...อีกอย่าง....ฉันก็มีคนที่ฉันชอบอยู่แล้ว..” ประโยคหลังพูดแล้วก็ไม่กล้ามองหน้า...อยากบอกเหลือเกิน..ว่าฉันชอบนาย แต่กลัว...กลัวว่ามันจะไม่เหมือนเดิม
“ฉันก็มีคนที่ชอบเหมือนกัน...” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นทำให้ชอลยงต้องเงยหน้าขึ้นมามอง ดงอุนเดินผ่านเตียงคนไข้ไปยังหน้าต่างแหวกม่านออกเพื่อจะให้เห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอก สายตามองไปไกลโพ้น...
“ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่ฉันตกหลุมรักคนๆนั้น เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ทุกๆวันใบหน้าของคนๆนั้นก็เริ่มเข้ามาวนเวียนในหัวฉันทุกคืน จนฉันอยากจะบ้าตาย... ”
คนที่นั่งฟังอยู่เริ่มสะอึกใครกันนะ...คนนั้นของดงอุน น่าอิจฉาจัง..แต่ทำไมนายต้องมาพูดแบบนี้กับฉันด้วยล่ะ ทำไมไม่ไปบอกคนนั้นของนายล่ะ?
“ที่นายชอบเค้า...อาจจะ เป็นเพราะนิสัยของเค้า ก็ได้นี่...”
“นั่นสินะ..อาจจะเป็นเพราะเค้าทั้งเปิ่น ทั้งเอ๋อ เป็นเจ้าหนูจอมสงสัย ขี้งอน เอาแต่ใจ แถมยังขี้แยที่หนึ่ง ขี้หึงก็ใช่เล่น ที่ฉันชอบเค้าก็เพราะเค้าเป็นแบบนี้แหละ เค้าชอบทำให้คนอื่นหัวเราะ ทุกคนมีความสุขเวลาอยู่ใกล้เค้า แต่นายรู้ไหมในบางมุมฉันสังเกตได้ถึงความเศร้าของเค้านะ แม้ผู้คนจะมองว่าเค้าเป็นคนที่ร่าเริงและดูเหมือนไม่มีเรื่องเครียดแต่ฉันรู้ภายในดวงตานั้นเค้าเศร้าและเป็นทุกข์มากแค่ไหน...” พูดจบก็หันหน้ามาหาชอลยง..พลางส่งยิ้มอบอุ่นมาให้
“มะ....แหม นายเนี่ยดูใส่ใจเค้าจังนะ ชักอยากรู้แล้วสิว่าคนนั้นเป็นใคร” อาจจะเจ็บถ้ารู้ความจริง..แต่เค้าก็อยากรู้นี่นาว่าคนๆนั้นที่ดงอุนดูจะรักนักรักหนาเป็นใคร...
“คนนั้นๆนายรู้จักดีเลยล่ะ อาจจะรู้จักดีกว่าฉันด้วยซ้ำ มีอยู่ครั้งนึงเค้าทำให้ฉันหึงมากๆเลย..เค้าไปนั่งกินเค้กกับผู้ชายคนอื่น ท่าทางมีความสุข รอยยิ้มแบบนั้นฉันไม่ค่อยได้เห็นมันจากเค้าเลย แต่ผู้ชายคนนั้นกลับได้เห็น ตอนกลางคืนฉันโทรไปหาเค้า แต่เค้าก็มาหงุดหงิดใส่ฉัน...ยังมีอีกนะ...เค้ายังคิดว่าฉันกับกิกวังเป็นแฟนกันด้วยล่ะ ฮ่าๆๆ ใสซื่อเป้นบ้าเลย นายว่างั้นไหม๊^^”
ดงอุนนั่งลงบนเตียงคนไข้ จับมือร่างบางขึ้นมากุมกระชับให้แน่นขึ้น พร้อมส่งสายตาจริงจัง สายตาที่ชอลยงไม่เคยเห็นมาก่อน ร่างบางนั่งอึ้ง คนๆนั้นที่นั่งฟังมาตลอด...มันเค้านี่นา!!
“ชอลยงอา...ฉันรักนายนะ...รักมานานแล้ว แล้วนายล่ะรักฉันไหม?” ร่างสูงกระซิบที่ข้างหูร่างบางเรียกให้ใบหน้าแดงไม่ใช่น้อย... ตอนนี้หัวใจของชอลยงกำลังพองตัว เหมือนได้ยามารักษามันดีใจจนแทบจะระเบิดออกมา ไม่รู้จะแสดงออกมายังไง ดีใจจนน้ำตามันไหล....
“อ้าวเฮ้ย!! ร้องไห้ทำไม...” ร่างสูงตกใจไม่ใช่น้อยหันซ้ายหันขวาไม่รู้จะทำยังไงก็อยู่ๆร่างบางเล่นร้องไห้ออกมาอย่างงี้เนี่ย
“อึก..ฮืออออ ดงอุนบ้าถ้ารักกันทำไมปล่อยให้ฉันมานั่งเศร้าอยุ่อย่างงี้เล่า! ทำไมไม่มาบอกตั้งแต่แรกห๊ะ! รู้ไหมว่าฉันเสียใจมากแค่ไหน นายมันบ้าที่สุดบ้าๆๆๆ!!!” มือบางทุบไปที่ไหล่หนาหลายๆที จนคนตัวสูงต้องจับมือทั้งสองไว้ให้หยุด
“นี่ๆเบาๆหน่อยสิ ป่วยอยู่ทำไมแรงเยอะอย่างงี้ล่ะ..”
“ชิร์~ แต่มันยังมีหลายอย่างที่ฉันยังไม่เข้าใจ..”
“เอาแล้วบังจำไมกลับมาแล้วครับ ว่าแต่อะไรล่ะ?”
“นายไม่ได้เป็นแฟนพี่กิกวังจริงๆหรอ...ดูสินทกันขนาดนั้นไปไหนก็ตัวติดกันตลอดแบบนี้จะไม่ให้ฉันคิดได้ไง”
“ฮ่าๆๆ ก็ดูสิในวงน่ะพี่ดูจุนก็อยุ่กับโยซอบ พี่จุนฮยองก็อยู่กับพี่ฮยอนซึง ก็เหลือฉันกับกิกวังอยู่สองคน เราก็เลยกลายเป็นสนิทกันไปโดยปริยาย แล้วนายอยากรู้รึเปล่าว่าวั้นนั้นในสวนสาธารณน่ะฉันหานายเจอได้ไง..” ร่างสุงถาม ร่างบางก็พยักหน้าเร็วๆจนคอแทบหลุดทำหน้าแบ๊วแบบอยากรู้ ให้ตายน่ารักแบบนี้ให้ซนดงอุนอดใจไหวได้ไง ><’
“ฉันโกหกน่ะ..ที่จริงฉันไม่ได้มีนัดกับกิกวังหรอก ฉันออกมาเดินเล่นแล้วเห็นนายพอดีเลยโทรไปหาที่บอกว่านัดไปกินข้าวกับกิกวังน่ะก็แค่อยากให้นายหึงเท่านั้นเอง...แล้วฉันก็เดินตามนายไปจนถึงสวนสาธรณะนั่นแหละ” พูดจบก็โอบเอวบางมากอดไว้ ชอลยงหันหน้ามาค้อนใส่นี่กะแกล้งให้เค้าหึงอย่างงั้นหรอ?!
“นี่ๆๆ ปล่อยเลยนะ งั้นนายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันก็ชอบนายเหมือนกัน” แกะอ้อมกอดของคนฉวยโอกาส ร่างสูงพยักหน้าหงึกๆ
“(_ _) (- -) (_ _) (- -)”
“แล้วนายก็ยังแกล้งให้ฉันหึงอีกใช่ไหม๊”
“(_ _) (- -) (_ _) (- -)”
“ซน ดงอุน นายนี่มันชอบรึไงให้ฉันไม่มีความสุขน่ะห๊าาาาาา!!~~” แหกปากลั่นพร้อมส่งมัดรัวตีไปที่ไหล่ของคนตัวสูง ดงอุนมือไวรวบมือทั้งสองของร่างบางไว้ชิดลำตัว แล้วค่อยๆเขยิบตัวเข้ามาใกล้...จนกระทั่งร่างของชอลยงนอนราบไปกับเตียง จากนั้นดงอุนจึงขึ้นคร่อมไป...
“นะ...นี่ ดงอุน นะ...นายจะทำอะไรน่ะ!! O_O” หันซ้ายหันขวาตาโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน ก็อยู่ในสถานการณ์แบบนี้เค้ารู้ดีว่าจะเกิดอะไรต่อไป ฮึ่ย! ซนดงอุนไอคนหื่น ><
“ก็...คนรักกันเค้าทำอะไรกันล่ะ หืมมมมม” น้ำเสียงและสายตาแสนเจ้าเล่ห์ถูกเผยออกมาทันที ดงอุนก้มลงซุกไซร้คอขาวที่โหยหามานานชอลยงก็พยายามดิ้นไปดิ้นมาแต่ไม่เป็นผล ถึงเค้าจะรักดงอุนแต่มันไม่ใช่ตอนนี้น้า เกิดใครเปิดเข้ามาเห็นจะทำไงล่ะ
“นี่ดงอุน หยุดนะ เกิดใครเปิดเข้ามาเห็นจะทำไงล่ะ!!”
“ไม่ต้องห่วง...ฉันให้กิกวังล็อกห้องให้แล้วล่ะ ไม่มีใครมารบกวนเราหรอก..”
“ตะ..แต่ว่า นี่ อ๊ะ! ดงอุน~” ชอลยงเริ่มจะครางเมื่อดงอุนสร้างรอยสีกุหลาบไว้ตามซอกคอ แต่ก็ยังคงยืนยันที่จะขัดขืนอยู่ จนดงอุนต้องหยุดแล้วเงยขึ้นมาสบตา
“ชอลยงอา..~ ฉันรักนายนะ นายรู้ไหมว่าฉันอดใจรอขนาดไหนที่จะได้ครอบครองนาย.. ถึงตอนนี้โอกาสที่เราจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้อาจจะไม่ค่อยมีอีกแล้ว เพราะฉะนั้น...เป็นของฉันเถอะนะชอลยง...”
ร่างสูงส่งสายตาเว้าวอนมาให้ ไม่ใช่ว่าคนตัวเล็กจะอยากขัดขืนอะไร แต่เค้ากลัวนี่ อีกอย่างนี่ก็เป็นครั้งแรกด้วย ดูอย่างตอนที่พี่ซึงโฮทำพี่ชอนดุงครั้งแรกเล่นเอาเดินไม่ได้ไปตั้งหลายวัน ถ้าเกิดเค้าเป็นอย่างนั้นจะทำไงล่ะ ><
“ก็ฉัน...ฉันกลัวหนิ ครั้งแรกน่ะเจ็บจะตาย...”
“ฉันจะอ่อนโยนกับนายที่สุดเลยชอลยง อย่ากลัวเลยนะ” มือหนามาลูบหัวคนตัวเล็ก ก้มลงมอบจูบแสนอ่อนโยนให้ ลิ้นหนาเข้าไปเกี่ยวเก็บความหวานภายในโพรงปาก...ชอลยงก็จูบตอบ จูบแรกของเค้า...จูบที่ได้จากคนที่เค้ารัก มันช่างหอมหวานจริงๆ
“ชอลยงอา~ ฉันรักนายนะ...”
“ฉันก็รักนายดงอุน..”
“เป็นของฉันนะ”
“อื้ม ><”
จบคำนั้นดงอุนก็ไม่รอช้าที่จะจัดการกับเจ้าหนูชอลยง วันนี้วันที่มีความสุขสำหรับทั้งสอง..วันที่บางคนไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น ความสัมพันธุ์ระหว่างเพื่อนที่กลับกลายมาเป็นคนรัก...ในห้องพักผู้ป้วยของโรงพยาบาลที่ๆมีแต่คนมาขอความช่วยเหลือ ที่ๆเงียบสงบ ภายในห้องๆหนึ่งกำลังมีคนสองคนที่กำลังมีความสุข...กับการที่ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน.. หัวใจทั้งสองของไอดอลที่สาวๆต่างพากันกรี๊ดกำลังเชื่อมโยงและหลอมรวมกัน
ดงอุน: “ต่อไปนี้ฉันจะมองแต่นายชอลยง ฉันจะไม่ทำให้นายทุกข์ และจะไม่ทำให้นายเศร้าอีกแล้ว ฉันสัญญา....”
ชอลยง: “ฉันไม่คิดว่าฉันจะมีวันนี้ดงอุนอา~ ขอบใจนะ..ขอบใจที่รักฉัน ฉันจะดูแลและมอบความรักให้กับนายตลอดไป...”
------------------------------ [เฉลย] ------------------------------
คำพูดของกิกวัง...
“ดงอุ๊นน!! ทำไรอยู่อ่ะ จะกลับหอกันแล้วน้าาาา” กิกวังเดินมากอดคอจากด้านหลัง สายตาเพ่งมองไปยังหน้าจอโน๊ตบุ๊ค
“ที่แท้ก็อัพทวิตอยู่นี่เอง คุยกับใครอ่ะ! แอบนอกใจพี่หรอ??”
“ปละ..เปล่านะพี่กิกวังนอกใจอะไรกัน ผมน่ะมีพี่คนเดียวนะ..” รีบปฏิเสธทันควัน ไม่อยากให้คนตรงหน้าเอาเรื่องนี้ไปคิด...
“แล้วคุยกับใครเนี่ย หื๊ออออ” ร่างที่เมื่อกี๊ยืนกอดคอเค้าอยู่เปลี่ยนท่าทางมาเป็นยืนท้าวเอว
“กะ..ก็คุยกับชอลยงไง ไม่มีอะไรหรอก~ พี่อย่าทำท่าน่ากลัวแบบนั้นสิ ก็บอกแล้วว่าผมมีพี่คนเดียวน้า~~” อธิบายแล้วทำท่าอ้อนเต็มที่ มันไม่สมกับตัวเลยนะดงอุนอา -*-
“คุยกับชอลยง..งั้นก็แล้วไป เก็บของได้แล้วจะได้กลับหอ ฉันง่วงละ!” กิกวังตบไหล่น้องชายไปเบาๆสองสามทีก่อนที่จะเดินไปเก็บข้าวของของตัวเองบ้าง ดงอุนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“พี่เนี่ยตะโกนซะดังเลยเบาๆหน่อยสิเดี๋ยวคนอื่นก็รุ้หมดหรอก..” จิ๊ปากไม่พอใจพี่ชาย
“รู้อะไร? รู้ว่านายชอบชอลยงอ่ะหรอ อุ๊บ!!”
“ผมบอกให้พี่เบาๆหน่อยไง” รีบถลาไปปิดปากพี่ชายแทบไม่ทัน...ถ้าพี่ ผจก.รู้มีหวังเรื่องถึงผู้บริหารแน่ๆ
“แหม..เรื่องแค่นี้ แค่คุยทวิตกันมันน่าสงสัยขนาดนั้นเลยรึไงให้แฟนคลับเห็นหมดมันน่าจะกลัวมากกว่านะ ยังไงก็เหอะ ไปเก็บของได้แล้ว...”
คำพูดของกิกวัง... 2
“ฮัลโหลพี่กิกวังผมเจอชอลยงเค้ามาเดินคนเดียวอ่ะ อ๊ากกกกกกก กกทำไงดีๆๆ” เมื่อปลายสายรับโทรศัพท์คนตัวสูงก็รีบกรอกเสียงพูดไปด้วยความตื่นเต้น
[เอ้า! ก็เดินไปทักเซ่ นี่ฉันทำงานอยู่นะเว้ย..มาบอกอะไรตอนนี้]
“โห...พี่จะให้ผมไปทักมันธรรมดาไปหน่อยอ่ะ ผมอยากแกล้งเค้าอ่ะพี่ช่วยคิดแผนหน่อยดิ..” ใบหน้าชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ของมักเน่ซนดงอุนเริ่มเผยหลังจากที่ช่วยกันคิดแผนแกล้งชอลยง...
[นี่นะ..แกก็โทรแกล้งให้เค้าหึงดิ โทรไปบอกว่ามานัดกินข้าวกับฉันอ่ะ แล้วก็ #$%^&*()_)(*&^%$#&*_$#^&__(*&]
คำพูดของกิกวัง... 3
“พอดีว่าต้องไปแล้วอ่ะ เดี๋ยวให้ดงอุนอยู่เป็นเพื่อนแล้วกันนะชอลยง...” กิกวังตบบ่าคนตัวสูงพร้อมกระซิบบางอย่างกับดงอุน
“เดี๋ยวเดินออกไปจะล็อคห้องให้ จำไว้นะถ้าไม่ได้กินเจ้าหนูบังมีร์ห้ามกลับหอเข้าใจ๊!! สู้เค้าล่ะพ่อมักเน่!!” ขยิบตาให้ทีนึงเป็นอันรู้กันแล้วมาโบกมือลาชอลยง..
แกร๊ก!!~
“เอาละเว้ยยย ฉันจะได้น้องสะใภ้แล้ว โฮ๊ะๆๆๆ”
ที่แท้ก็ได้ท่าน อีกิกวังมาเป็นแม่สื่อ เอ๊ะ! รึพ่อสื่อดีล่ะ แต่ก็ช่างเถอะ ที่ทั้งสองได้รักกันก็เป็นเพราะกิกวังส่วนหนึ่งล่ะน้าาาา ^^~


edit @ 12 Sep 2011 17:06:20 by Killer_$Mile